<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานบัญชี และกฏหมาย Witty Accounts and Law &#187; ข่าวกระทรวงพาณิชย์</title>
	<atom:link href="http://www.wt-accountancy.com/category/news/ministry-of-commerce/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wt-accountancy.com</link>
	<description>สำนักงานบัญชี และกฏหมาย บริการ รับทำบัญชี จดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน ตรวจสอบบัญชี ตรวจสอบภาษี ขอใบอนุญาต</description>
	<lastBuildDate>Tue, 22 Nov 2011 06:20:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/660.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/660.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Dec 2009 02:48:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สำนักงานบัญชี</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=660</guid>
		<description><![CDATA[คำชี้แจง เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด ตามที่ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2551 ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทเกี่ยวกับการบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ ถือหุ้น ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 นั้น ปรากฏว่า การบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดตามมาตรา 1175 ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ ซึ่ง ได้กำหนดให้บริษัทจำกัดทุกบริษัทต้องส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ บริษัทและต้องนำคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นนั้นลงประกาศหนังสือ พิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวนั้นก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติต่อผู้ ประกอบธุรกิจ 2 ประการดังนี้ ประการแรก การที่ให้บริษัทจำกัดต้องนำคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นลงโฆษณา หนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ ทำให้เกิดปัญหาและเป็นภาระในทางปฏิบัติ กล่าวคือ บริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นบริษัทในครอบครัว การบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นจึงมักจะทำกันอย่างง่าย ๆ โดยการส่งจดหมายแจ้ง โทรศัพท์แจ้ง หรือส่งจดหมายนัดประชุมให้ถึงตัวผู้ถือหุ้นโดยตรง ดังนั้นการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องนำคำบอกกล่าวลงโฆษณาหนังสือพิมพ์จึงเป็นการ สร้างภาระเกินความจำเป็น อีกทั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งมี อยู่กว่า 200,000 รายต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีพร้อมกัน หนังสือพิมพ์มีเนื้อที่ไม่เพียงพอรองรับการลงโฆษณาคำบอกกล่าวได้ ทำให้บริษัทเป็นจำนวนมากเกรงว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้ลงโฆษณาคำ บอกกล่าวนัดเรียกประชุมผู้ถือหุ้นจะเสียไป และอาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้ทำการยกร่างกฎหมายเพื่อปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหาแล้วโดย หลักเกณฑ์การบอกกล่าวจัดประชุมผู้ถือหุ้นตามร่างที่จะปรับปรุงแก้ไขใหม่นั้น จะยึดหลักเกณฑ์เดียวกันกับการบอกกล่าวการจ่ายเงินปันผล กล่าวคือ คำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นให้ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้น ทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัท แต่การลงโฆษณาคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นนั้นจะลงโฆษณาก็แต่เฉพาะ [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.wt-accountancy.com/498.html' rel='bookmark' title='ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล'>ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</a></li>
<li><a href='http://www.wt-accountancy.com/657.html' rel='bookmark' title='การชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน'>การชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน</a></li>
</ol>]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/660.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/657.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/657.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Dec 2009 02:44:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สำนักงานบัญชี</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทมหาชนจำกัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=657</guid>
		<description><![CDATA[คำชี้แจง เรื่อง การชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน ด้วยมีผู้สอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่เสมอว่าในกรณีบริษัทจำกัดหรือ บริษัทมหาชนจำกัดเพิ่มทุนบริษัทจะสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วย ทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงินได้หรือไม่ รวมทั้งมีผู้เข้าใจว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มิได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าบริษัทมหาชนสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเป็น ทรัพย์สินอย่างอื่นได้และเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายในเรื่องดังกล่าวให้มี ความชัดเจนนั้น เพื่อให้มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอเรียนชี้แจง ดังนี้ 1. กรณีบริษัทจำกัดสามารถออกหุ้นเพิ่มทุนโดยรับชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่น นอกจากตัวเงินได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยมติ พิเศษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1221 2. สำหรับกรณีการเพิ่มทุนของบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งมีผู้เข้าใจว่าบทบัญญัติของ กฎหมายมิได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าบริษัทมหาชนสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วย ทรัพย์สินอย่างอื่นได้นั้น ขอเรียนว่าอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากตามมาตรา 35 (5) ซึ่งกำหนดในเรื่องการประชุมจัดตั้งบริษัทว่าบริษัทสามารถวางกำหนดหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิที่สามารถชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินได้ นั้น กฎหมายกำหนดให้นำมาใช้บังคับกับการออกหุ้นเพิ่มทุนด้วยโดยอนุโลมซึ่งจะเห็น ได้จากความในวรรคท้ายของมาตรา 136 ซึ่งกำหนดให้นำหมวด 3 และหมวด 5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และตามหมวด 5 ในมาตรา 54 ซึ่งกำหนดในเรื่องการชำระค่าหุ้นนั้นอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 35 (5) นอกจากนั้นในมาตรา 137 ตอนท้ายยังได้กำหนดให้นำมาตรา 38 ซึ่งกำหนดในเรื่องผลของการไม่ชำระค่าหุ้นเมื่อคณะกรรมการเรียกให้ชำระค่า หุ้นหรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่บริษัทตามมาตรา 37 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย [...]
No related posts.]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/657.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การจดทะเบียนธุรกิจ</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/580.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/580.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 07:31:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=580</guid>
		<description><![CDATA[การจดทะเบียนพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499   ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์           ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ คือ บุคคลธรรมดาคนเดียว หรือหลายคน (ห้างหุ้นส่วนสามัญ) หรือนิติบุคคลรวมทั้งนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย ซึ่งประกอบกิจการ อันเป็นพาณิชยกิจตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด พาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศให้ผู้ประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ คือ           1. ผู้ประกอบกิจการโรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร           2. ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่าง คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป           3. นายหน้าหรือตัวแทนค้าต่างซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และสินค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป           4. ผู้ประกอบกิจการหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และ ขายสินค้าที่ผลิตได้ คิดราคารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปหรือในวันหนึ่งวันใดมี สินค้าที่ผลิตได้มีราคารวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป           5. [...]
No related posts.]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/580.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระตุ้นผู้ประกอบการเตรียมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสู่ AEC</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/550.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/550.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 04:45:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักส่งเสริม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=550</guid>
		<description><![CDATA[กระตุ้นผู้ประกอบการเตรียมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสู่ AEC                     กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสัมมนา “แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้&#8230;คุณก็ทำได้” และ “เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก&#8230;สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” ในวันอังคารที่  3 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องประชุม A ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า                    กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดงานสัมมนา “แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้&#8230;คุณก็ทำได้” โดยได้เชิญผู้ประกอบการค้าส่งที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาโลจิสติกส์ และสมาคมผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกไทย โดยเน้นกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคประจำวัน เข้าร่วมงาน ซึ่งในงานจะมีการบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าส่ง- ค้าปลีก&#8230;สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” เพื่อให้ผู้ประกอบค้าส่ง &#8211; ค้าปลีกได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงต่อระบบการเปิดเสรีทางการค้าและข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งได้รับความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ธุรกิจค้าส่งสินค้าประจำวัน กิจกรรมภายในงานนอกจากจะมีการบรรยายในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ประกอบการค้าส่งที่ผ่านการอบรมและพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การนำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมโครงการพัฒนาโลจิสติกส์   และการเสวนาโดยทีมที่ปรึกษาโครงการ นายกสมาคมค้าส่ง–ค้าปลีกไทย และตัวแทนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ  อนึ่งการจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ในการพัฒนาของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและทีมที่ปรึกษา รวมทั้ง การปรับปรุงกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ในองค์กร ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภครวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากการลดต้นทุนโลจิสติกส์ของธุรกิจ                    ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่ง – [...]
Related posts:<ol>
<li><a href='http://www.wt-accountancy.com/518.html' rel='bookmark' title='เผยผลวิจัยธุรกิจบริการไทย 24 สาขา ทางอินเทอร์เน็ต'>เผยผลวิจัยธุรกิจบริการไทย 24 สาขา ทางอินเทอร์เน็ต</a></li>
</ol>]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/550.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

