<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สำนักงานบัญชี และกฏหมาย RWT Account &#38; Law</title>
	<atom:link href="http://www.wt-accountancy.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wt-accountancy.com</link>
	<description>สำนักงานบัญชี และกฏหมาย บริการ รับทำบัญชี จดทะเบียนบริษัท ห้างหุ้นส่วน ตรวจสอบบัญชี ตรวจสอบภาษี ขอใบอนุญาต</description>
	<lastBuildDate>Tue, 31 Aug 2010 03:43:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=abc</generator>
		<item>
		<title>ประเภทของภาษีในประเทศไทย</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 03:43:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหอม]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเภทของภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ป้าย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีธุรกิจเฉพาะ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบำรุงท้องที่]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีป้าย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีอากรแสตมป์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีโรงเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีโรงเรือนและที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสูบ]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[สุรา]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อากรแสตมป์]]></category>
		<category><![CDATA[แสตมป์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=790</guid>
		<description><![CDATA[ประเภทของภาษีในประเทศไทย ภาษีอากรที่ทางกรมสรรพากร จัดเก็บมี 5 ประเภท คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีอากรแสตมป์ และภาษีส่วนที่จัดเก็บโดยส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ อีกทั้งยังมีภาษีอากรที่จัดเก็บโดย กรมสรรพสามิต ที่เรียกว่าภาษีสรรพสามิต ที่เรียกเก็บกับสินค้าและบริการบางประเภท เช่น สุรา ยาสูบ น้ำหอม จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเภทของภาษีในประเทศไทย</strong></p>
<p><a title="ภาษีอากร" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_self">ภาษีอากร</a>ที่ทางกรมสรรพากร จัดเก็บมี 5 ประเภท คือ</p>
<ul>
<li>ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</li>
<li>ภาษีเงินได้นิติบุคคล</li>
<li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม</li>
<li>ภาษีธุรกิจเฉพาะ</li>
<li>ภาษีอากรแสตมป์</li>
</ul>
<p>และภาษีส่วนที่จัดเก็บโดยส่วนท้องถิ่น ได้แก่</p>
<ul>
<li>ภาษีป้าย</li>
<li>ภาษีโรงเรือนและที่ดิน</li>
<li>ภาษีบำรุงท้องที่</li>
</ul>
<p>อีกทั้งยังมี<a title="ภาษีอากร" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษีอากร</a>ที่จัดเก็บโดย กรมสรรพสามิต ที่เรียกว่าภาษีสรรพสามิต ที่เรียกเก็บกับสินค้าและบริการบางประเภท เช่น สุรา ยาสูบ น้ำหอม</p>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงสร้างกฎหมาย</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 03:37:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดเก็บภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[การอุทธรณ์ภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ฐานภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เบี้ยปรับ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[โทษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=788</guid>
		<description><![CDATA[โครงสร้างกฎหมาย ภาษีอากร กฎหมายภาษีอากรทุกฉบับ มีหัวข้ออันเป็นโครงสร้างของกฎหมายฉบับนั้นๆ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 6 หัวข้อด้วยกัน คือ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร ฐานภาษีอากร อัตราภาษีอากร การประเมินการจัดเก็บภาษีอากร การอุทธรณ์ภาษีอากร เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และโทษ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงสร้างกฎหมาย <a title="ภาษีอากร" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษีอากร</a></strong></p>
<p><a title="กฎหมายภาษีอากร" href="http://www.wt-accountancy.com/">กฎหมายภาษีอากร</a>ทุกฉบับ มีหัวข้ออันเป็นโครงสร้างของกฎหมายฉบับนั้นๆ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 6 หัวข้อด้วยกัน คือ</p>
<ul>
<li>ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร</li>
<li>ฐานภาษีอากร</li>
<li>อัตราภาษีอากร</li>
<li>การประเมินการจัดเก็บภาษีอากร</li>
<li>การอุทธรณ์ภาษีอากร</li>
<li>เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และโทษ</li>
</ul>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษีอากร</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3-2.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 03:34:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายบัญญัติ]]></category>
		<category><![CDATA[การกู้ยืม]]></category>
		<category><![CDATA[การเก็บภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ขายสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ชำระหนี้สินของรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลรัษฎากร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เสียภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เสียภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีทางอ้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีอากรทางตรง]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐธรรมนูญ]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้สินของรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[อากร]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เงินได้]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=786</guid>
		<description><![CDATA[ภาษีอากร คือสิ่งที่รัฐบาลบังคับเก็บจากราษฎร เพื่อใช้เป็นประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่ได้มีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร หรืออีกความหมาย คือ เงินได้หรือทรัพยากร ที่เคลื่อนย้ายจากเอกชนไปสู่รัฐบาล แต่ไม่รวมถึงการกู้ยืมหรือขายสินค้า หรือให้บริการในราคาทุนโดยรัฐบาล วัตถุประสงค์ในการเก็บภาษี เพื่อหารายได้ให้พอกับค่าใช้จ่ายของรัฐบาล เพื่อการกระจายรายได้ เพื่อควบคุมการบริโภคของประชาชน เพื่อการชำระหนี้สินของรัฐบาล หรือสนองนโยบายธุรกิจ และการคลังของรัฐบาล ประเภทภาษีอากร แบ่งเป็นภาษีอากรทางตรง และภาษีทางอ้อม ซึ่งกฎหมายที่ทางรัฐบาลใช้ในการเรียกเก็บภาษี คือ ประมวลรัษฎากร ลักษณะของภาษีอากรที่ดี รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับมักบัญญัติให้ประชาชนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ในการบัญญัติกฎหมายภาษีอากรที่ดีนั้น มีหลักการบางประการที่ควรคำนึงถึง เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครใจในการเสียภาษีอากร และให้กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาษีอากรที่ดีควรมีลักษณะดังนี้ มีความเป็นธรรม มีความแน่นอน และชัดเจน มีความสะดวก มีประสิทธิภาพ มีความเป็นกลางทางเศรษฐกิจ อำนวยรายได้ มีความยืดหยุ่น จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="ภาษีอากร" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษีอากร</a> คือสิ่งที่รัฐบาลบังคับเก็บจากราษฎร เพื่อใช้เป็นประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่ได้มีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร หรืออีกความหมาย คือ เงินได้หรือทรัพยากร ที่เคลื่อนย้ายจากเอกชนไปสู่รัฐบาล แต่ไม่รวมถึงการกู้ยืมหรือขายสินค้า หรือให้บริการในราคาทุนโดยรัฐบาล วัตถุประสงค์ในการเก็บภาษี เพื่อหารายได้ให้พอกับค่าใช้จ่ายของรัฐบาล เพื่อการกระจายรายได้ เพื่อควบคุมการบริโภคของประชาชน เพื่อการชำระหนี้สินของรัฐบาล หรือสนองนโยบายธุรกิจ และการคลังของรัฐบาล ประเภทภาษีอากร แบ่งเป็นภาษีอากรทางตรง และภาษีทางอ้อม ซึ่งกฎหมายที่ทางรัฐบาลใช้ในการเรียกเก็บภาษี คือ ประมวลรัษฎากร</p>
<p>ลักษณะของภาษีอากรที่ดี รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับมักบัญญัติให้ประชาชนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ในการบัญญัติกฎหมายภาษีอากรที่ดีนั้น มีหลักการบางประการที่ควรคำนึงถึง เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครใจในการเสียภาษีอากร และให้กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาษีอากรที่ดีควรมีลักษณะดังนี้</p>
<ol>
<li>มีความเป็นธรรม</li>
<li>มีความแน่นอน และชัดเจน</li>
<li>มีความสะดวก</li>
<li>มีประสิทธิภาพ</li>
<li>มีความเป็นกลางทางเศรษฐกิจ</li>
<li>อำนวยรายได้</li>
<li>มีความยืดหยุ่น</li>
</ol>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษีสรรพสามิต</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 03:22:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหอม]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์น้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสูบ]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[สนามกอล์ฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สนามแข่งม้า]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าฟุ่มเฟือย]]></category>
		<category><![CDATA[สุรา]]></category>
		<category><![CDATA[เรือยอชต์]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไพ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=783</guid>
		<description><![CDATA[ภาษีสรรพสามิต คือ ภาษี ประเภทที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภท โดยสินค้าหรือบริการนั้นๆ มีลักษณะเป็นการฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากรัฐ โดยอัตราการเรียกเก็บขึ้นอยู่กับทางหน่วยงานปกครองจะกำหนด ภาษีสรรพสามิตในประเทศไทย ประเทศไทยจัดเก็บ ภาษีสรรพสามิต โดยออก พ.ร.บ. เพื่อควบคุมสินค้าหลักๆ เช่น สุรา ยาสูบ ไพ่ แบตเตอรี่ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน และ สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น น้ำหอม รถยนต์ เรือยอชต์ รวมทั้งสถานบริการ เช่น สนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="ภาษีสรรพสามิต" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษีสรรพสามิต</a> คือ ภาษี ประเภทที่เรียกเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภท โดยสินค้าหรือบริการนั้นๆ มีลักษณะเป็นการฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากรัฐ โดยอัตราการเรียกเก็บขึ้นอยู่กับทางหน่วยงานปกครองจะกำหนด</p>
<p><strong>ภาษีสรรพสามิตในประเทศไทย</strong></p>
<p>ประเทศไทยจัดเก็บ ภาษีสรรพสามิต โดยออก พ.ร.บ. เพื่อควบคุมสินค้าหลักๆ เช่น สุรา ยาสูบ ไพ่ แบตเตอรี่ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน และ สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น น้ำหอม รถยนต์ เรือยอชต์ รวมทั้งสถานบริการ เช่น สนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ</p>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติ ภาษีมูลค่าเพิ่ม</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 03:18:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิรูปภาษีการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนการส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เสียภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีศุลกากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบภาษีการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบภาษีอากร]]></category>
		<category><![CDATA[ศุลกากร]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=780</guid>
		<description><![CDATA[ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 ประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นครั้งแรก การนำภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้เป็นผลมาจากเหตุผลในทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ จากการที่เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ฐานะทางเศรษฐกิจการเงินการคลังของประเทศมั่นคงขึ้นมาก ในขณะที่มีการกล่าวถึงความไม่เหมาะสมของโครงสร้างภาษีการค้าต่อเศรษฐกิจของประเทศ อันได้แก่ความซ้ำซ้อนของระบบภาษีการค้าที่เป็นอยู่ และความหลากหลายของโครงสร้างอัตราภาษีนอกจากความบกพร่องของระบบภาษีการค้า ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตแล้ว ความต้องการเปลี่ยนแปลงระบบภาษีของทางการ ยังสืบเนื่องมาจากเหตุผลทางด้านภาษีอากรอีกด้วย กล่าวคือ ความสามารถในการหารายได้ของรัฐผ่านเครื่องมือทางภาษีการค้าและภาษีศุลกากรได้ลดน้อยลงเป็นลำดับ ด้วยเหตุผลดังกล่าว กระทรวงการคลัง จึงได้เสนอพิจารณายกเลิกภาษีการค้า และนำภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้แทน โดยภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวจะมีอัตราเดียวที่ใช้กับสินค้าและบริการทุกชนิด สำหรับสินค้าใดที่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจที่จะเก็บสูงกว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติมจากภาษีมูลค่าเพิ่ม การนำภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้นี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อระบบภาษีอากรของประเทศไทยเป็นการปฏิรูปภาษีการค้าครั้งใหญ่ ทำให้ระบบภาษีอากรของประเทศมีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเอื้ออำนวยต่อการลงทุนการส่งออก และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มไม่มีความซ้ำซ้อนของภาระภาษีดังเช่นภาษีการค้า นอกจากนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้เกิดความเป็นธรรมและความสะดวกต่อการปฏิบัติตามของผู้เสียภาษีอีกด้วย จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 ประเทศไทยได้เริ่มมีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นครั้งแรก</p>
<p>การนำ<a title="ภาษีมูลค่าเพิ่ม" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษีมูลค่าเพิ่ม</a>มาใช้เป็นผลมาจากเหตุผลในทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ จากการที่เศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ฐานะทางเศรษฐกิจการเงินการคลังของประเทศมั่นคงขึ้นมาก ในขณะที่มีการกล่าวถึงความไม่เหมาะสมของโครงสร้างภาษีการค้าต่อเศรษฐกิจของประเทศ อันได้แก่ความซ้ำซ้อนของระบบภาษีการค้าที่เป็นอยู่ และความหลากหลายของโครงสร้างอัตราภาษีนอกจากความบกพร่องของระบบภาษีการค้า ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตแล้ว ความต้องการเปลี่ยนแปลงระบบภาษีของทางการ ยังสืบเนื่องมาจากเหตุผลทางด้านภาษีอากรอีกด้วย กล่าวคือ ความสามารถในการหารายได้ของรัฐผ่านเครื่องมือทางภาษีการค้าและภาษีศุลกากรได้ลดน้อยลงเป็นลำดับ</p>
<p>ด้วยเหตุผลดังกล่าว กระทรวงการคลัง จึงได้เสนอพิจารณายกเลิกภาษีการค้า และนำภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้แทน โดยภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวจะมีอัตราเดียวที่ใช้กับสินค้าและบริการทุกชนิด สำหรับสินค้าใดที่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจที่จะเก็บสูงกว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติมจากภาษีมูลค่าเพิ่ม</p>
<p>การนำภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้นี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อระบบภาษีอากรของประเทศไทยเป็นการปฏิรูปภาษีการค้าครั้งใหญ่ ทำให้ระบบภาษีอากรของประเทศมีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเอื้ออำนวยต่อการลงทุนการส่งออก และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มไม่มีความซ้ำซ้อนของภาระภาษีดังเช่นภาษีการค้า นอกจากนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้เกิดความเป็นธรรมและความสะดวกต่อการปฏิบัติตามของผู้เสีย<a title="ภาษี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษี</a>อีกด้วย</p>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษีมูลค่าเพิ่ม</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-3.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Aug 2010 03:13:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[Value Added Tax]]></category>
		<category><![CDATA[VAT]]></category>
		<category><![CDATA[การจ่ายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[จ่ายภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุอุปกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=777</guid>
		<description><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax &#8211; VAT) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า แวต เป็นภาษีทางอ้อมประเภทหนึ่งที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้า หรือรับบริการ โดยจัดเก็บเฉพาะจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการผลิต การจำหน่ายหรือการให้บริการ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 10 ซื้อวัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์มา 100 บาท และมีภาษีซื้อ 10 บาท เมื่อผลิตเป็นสินค้าขายในราคา 150 บาท ตอนขายไปจะต้องคิดภาษีขาย 15 บาท ดังนี้ ก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะผลต่างจำนวน 15-10 = 5 บาท เท่านั้น ถ้าการซื้อ และขายเกิดขึ้นภายในรอบการจ่ายภาษีเดียวกัน. จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="ภาษี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax &#8211; VAT)</a> หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า แวต เป็นภาษีทางอ้อมประเภทหนึ่งที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้า หรือรับบริการ โดยจัดเก็บเฉพาะจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการผลิต การจำหน่ายหรือการให้บริการ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 10 ซื้อวัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์มา 100 บาท และมีภาษีซื้อ 10 บาท เมื่อผลิตเป็นสินค้าขายในราคา 150 บาท ตอนขายไปจะต้องคิดภาษีขาย 15 บาท ดังนี้ ก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะผลต่างจำนวน 15-10 = 5 บาท เท่านั้น ถ้าการซื้อ และขายเกิดขึ้นภายในรอบการจ่ายภาษีเดียวกัน.</p>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติการบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Aug 2010 06:16:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลทางด้านการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[คณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติการบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบคณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบบัญชีคู่]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาการบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=770</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติการบัญชี : การบัญชีเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสุเมเรียนในดินแดนเมโสโปเตเมีย ในช่วงแรกๆ ก็เป็นแค่การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณผลผลิตทางการเกษตร กับมูลค่าเหล่านั้น ส่วนวิชาการบัญชีที่มีพื้นฐานเหมือนกับระบบคณิตศาสตร์ (ระบบบัญชีคู่ ซึ่งหมายถึงการบันทึกข้อมูลทางด้านการเงินโดยมีการบันทึกทั้งด้านบวก (เดบิท หรืออาจเรียกว่าการบันทึกบัญชีทางด้านซ้าย) กับ ด้านลบ (เครดิท หรืออาจเรียกว่าการบันทึกบัญชีทางด้านขวา) โดยที่การบันทึกแต่ละครั้งจะต้องมียอดรวมด้านบวกรวมกับด้านลบเป็นศูนย์) เกิดขึ้นในประเทศอิตาลีก่อนปี ค.ศ. 1543 โดย Luca Pacioli ได้พิมพ์หนังสือชื่อว่า Vennice ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี โดยพื้นฐานของการบัญชีทั้งหมดมาจากสมการว่า &#8220;สินทรัพย์=หนี้สิน+ทุน&#8221; ส่วนรายได้และค่าใช้จ่ายถือเป็นส่วนหนึ่งของทุน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ประวัติการบัญชี : <a title="การบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">การบัญชี</a>เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสุเมเรียนในดินแดนเมโสโปเตเมีย ในช่วงแรกๆ ก็เป็นแค่การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณผลผลิตทางการเกษตร กับมูลค่าเหล่านั้น ส่วน<a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_self">วิชาการบัญชี</a>ที่มีพื้นฐานเหมือนกับระบบคณิตศาสตร์ (ระบบบัญชีคู่ ซึ่งหมายถึงการบันทึกข้อมูลทางด้านการเงินโดยมีการบันทึกทั้งด้านบวก (เดบิท หรืออาจเรียกว่าการบันทึกบัญชีทางด้านซ้าย) กับ ด้านลบ (เครดิท หรืออาจเรียกว่าการบันทึกบัญชีทางด้านขวา) โดยที่การบันทึกแต่ละครั้งจะต้องมียอดรวมด้านบวกรวมกับด้านลบเป็นศูนย์) เกิดขึ้นในประเทศอิตาลีก่อนปี ค.ศ. 1543 โดย Luca Pacioli ได้พิมพ์หนังสือชื่อว่า Vennice ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี โดยพื้นฐานของการบัญชีทั้งหมดมาจากสมการว่า &#8220;สินทรัพย์=หนี้สิน+ทุน&#8221; ส่วนรายได้และค่าใช้จ่ายถือเป็นส่วนหนึ่งของทุน</p>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การบัญชี หมายถึงอะไร?</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Aug 2010 06:11:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[การบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลนักบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[นักบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=768</guid>
		<description><![CDATA[การบัญชี หมายถึง กระบวนการจัดการในส่วนของบันทึกรายการทางการค้า ได้แก่ การเขียนบันทึกรายการทางการค้า การจำแนกแยกประเภทหมวดหมู่ทางการค้า การสรุปผลการดำเนินงาน รวมไปถึงการวิเคราะห์และการแปลความหมายข้อมูลของนักบัญชี จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/">การบัญชี</a> หมายถึง กระบวนการจัดการในส่วนของบันทึกรายการทางการค้า ได้แก่ การเขียนบันทึกรายการทางการค้า การจำแนกแยกประเภทหมวดหมู่ทางการค้า การสรุปผลการดำเนินงาน รวมไปถึงการวิเคราะห์และการแปลความหมายข้อมูลของนักบัญชี</p>
<p>จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การแถลงข่าว การเตรียมการช่วยเหลือส่วนราชการสังกัดกระทรวงการคลัง</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 03:23:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์พฤฒิชัย ดำรงรัตน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=735</guid>
		<description><![CDATA[การแถลงข่าว การเตรียมการช่วยเหลือส่วนราชการสังกัดกระทรวงการคลังในส่วนภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 53 นายแพทย์พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังการประชุมหารือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง  เพื่อรับทราบรายงานผลกระทบและการเตรียมการเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลังในส่วนภูมิภาค ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553  โดยมีนายพงษ์ภาณุ  เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง  และนายณพงศ์  ศิริขันตยกุล  รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง  เข้าร่วมประชุม  ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง วันที่ 24 พฤษภาคม 2553 โดย: สำนักงานเลขานุการกรม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การแถลงข่าว การเตรียมการช่วยเหลือส่วนราชการสังกัดกระทรวงการคลังในส่วนภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 53</strong></p>
<p>นายแพทย์พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวภายหลังการประชุมหารือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง  เพื่อรับทราบรายงานผลกระทบและการเตรียมการเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลังในส่วนภูมิภาค ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553  โดยมีนายพงษ์ภาณุ  เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง  และนายณพงศ์  ศิริขันตยกุล  รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง  เข้าร่วมประชุม  ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ กระทรวงการคลัง วันที่ 24 พฤษภาคม 2553</p>
<p>โดย: สำนักงานเลขานุการกรม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวงการคลัง</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 03:21:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์]]></category>
		<category><![CDATA[นายสมชัย ฤชุพันธุ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=732</guid>
		<description><![CDATA[การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวงการคลัง เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ประจำปี พ.ศ. 2553 ของกรมบัญชีกลาง นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลางให้การต้อนรับ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวงการคลัง พร้อมคณะฯ  เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ประจำปี พ.ศ. 2553 ของกรมบัญชีกลาง  เกี่ยวกับการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ  ความคืบหน้าโครงการไทยเข้มแข็ง ระบบการตรวจสอบภายใน การจัดทำรายงานการเงินของส่วนราชการและการใช้ระบบ GFMIS  การดำเนินงานของสำนักงานคลังจังหวัด  และการบริหารจัดการและพัฒนาระบบสวัสดิการข้ารักษาพยาบาล ณ ห้องประชุม 303 กรมบัญชีกลาง  วันที่  31 พฤษภาคม 2553 โดย: สำนักงานเลขานุการกรม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวงการคลัง เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ประจำปี พ.ศ. 2553 ของกรมบัญชีกลาง</strong></p>
<p>นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลางให้การต้อนรับ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวงการคลัง พร้อมคณะฯ  เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ประจำปี พ.ศ. 2553 ของกรมบัญชีกลาง  เกี่ยวกับการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ  ความคืบหน้าโครงการไทยเข้มแข็ง ระบบการตรวจสอบภายใน การจัดทำรายงานการเงินของส่วนราชการและการใช้ระบบ GFMIS  การดำเนินงานของสำนักงานคลังจังหวัด  และการบริหารจัดการและพัฒนาระบบสวัสดิการข้ารักษาพยาบาล ณ ห้องประชุม 303 กรมบัญชีกลาง  วันที่  31 พฤษภาคม 2553</p>
<p>โดย: สำนักงานเลขานุการกรม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษีอากร</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Apr 2010 04:42:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เสียภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=723</guid>
		<description><![CDATA[ภาษีอากร คือสิ่งที่รัฐบาลบังคับเก็บจากราษฎร เพื่อใช้เป็นประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่ได้มีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร หรืออีกความหมาย คือ เงินได้หรือทรัพยากร ที่เคลื่อนย้ายจากเอกชนไปสู่รัฐบาล แต่ไม่รวมถึงการกู้ยืมหรือขายสินค้า หรือให้บริการในราคาทุนโดยรัฐบาล วัตถุประสงค์ในการเก็บภาษี เพื่อหารายได้ให้พอกับค่าใช้จ่ายของรัฐบาล เพื่อการกระจายรายได้ เพื่อควบคุมการบริโภคของประชาชน เพื่อการชำระหนี้สินของรัฐบาล หรือสนองนโยบาย ธุรกิจ และการคลังของรัฐบาล ประเภทภาษีอากร แบ่งเป็นภาษีอากรทางตรง และภาษีทางอ้อม ซึ่งกฎหมายที่ทางรัฐบาลใช้ในการเรียกเก็บภาษี คือ ประมวล รัษฎากร ลักษณะของภาษีอากรที่ดี รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับมักบัญญัติให้ประชาชนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ในการบัญญัติกฎหมายภาษี อากรที่ดีนั้น มีหลักการบางประการที่ควรคำนึงถึง เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครใจในการเสียภาษีอากร และให้กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาษีอากรที่ดีควรมีลักษณะดังนี้ 1. มีความเป็นธรรม 2. มีความแน่นอน และชัดเจน 3. มีความสะดวก 4. มีประสิทธิภาพ 5. มีความเป็นกลางทางเศรษฐกิจ 6. อำนวยรายได้ 7. มีความยืดหยุ่น http://th.wikipedia.org/]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ภาษีอากร</strong> คือสิ่งที่รัฐบาลบังคับเก็บจากราษฎร เพื่อใช้เป็นประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่ได้มีสิ่งตอบแทนโดยตรงแก่ผู้เสียภาษีอากร หรืออีกความหมาย คือ<br />
เงินได้หรือทรัพยากร ที่เคลื่อนย้ายจากเอกชนไปสู่รัฐบาล แต่ไม่รวมถึงการกู้ยืมหรือขายสินค้า หรือให้บริการในราคาทุนโดยรัฐบาล วัตถุประสงค์ในการเก็บภาษี<br />
เพื่อหารายได้ให้พอกับค่าใช้จ่ายของรัฐบาล เพื่อการกระจายรายได้ เพื่อควบคุมการบริโภคของประชาชน เพื่อการชำระหนี้สินของรัฐบาล หรือสนองนโยบาย<br />
ธุรกิจ และการคลังของรัฐบาล ประเภทภาษีอากร แบ่งเป็นภาษีอากรทางตรง และภาษีทางอ้อม ซึ่งกฎหมายที่ทางรัฐบาลใช้ในการเรียกเก็บภาษี คือ ประมวล<br />
รัษฎากร ลักษณะของภาษีอากรที่ดี รัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับมักบัญญัติให้ประชาชนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ ในการบัญญัติกฎหมายภาษี<br />
อากรที่ดีนั้น มีหลักการบางประการที่ควรคำนึงถึง เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครใจในการเสียภาษีอากร และให้กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
ภาษีอากรที่ดีควรมีลักษณะดังนี้</p>
<p>1. มีความเป็นธรรม<br />
2. มีความแน่นอน และชัดเจน<br />
3. มีความสะดวก<br />
4. มีประสิทธิภาพ<br />
5. มีความเป็นกลางทางเศรษฐกิจ<br />
6. อำนวยรายได้<br />
7. มีความยืดหยุ่น</p>
<p>http://th.wikipedia.org/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมสรรพากรร่วมมือกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้บริการรับชำระภาษีด้วยบัตรเครดิต</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Apr 2010 04:12:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมสรรพากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=719</guid>
		<description><![CDATA[เลขที่ข่าว ปชส. 17/2550 วันที่แถลงข่าว 22 พฤษภาคม 2550 เรื่อง กรมสรรพากรร่วมมือกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ให้บริการรับชำระภาษีด้วยบัตรเครดิต วันนี้ (22 พฤษภาคม 2550 ) กรมสรรพากรได้จัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือในการให้บริการรับชำระภาษีด้วยบัตรเครดิต โดยนายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร ประธานในพิธีร่วมลงนามกับนายพงษ์ศักดิ์ ศรุติปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจร้านค้า เคทีซี หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและผู้เสียภาษี สามารถชำระภาษีได้ทุกประเภทภาษีด้วยบัตรเครดิตเคทีซี เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “ การให้บริการครั้งนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยผสมผสานศักยภาพของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยของทั้ง 2 หน่วยงาน มาใช้ให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ซึ่งต่อไปนี้การจ่ายชำระภาษีผ่านบัตรเครดิตเคทีซีจะเป็นทางเลือกใหม่ที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และผู้เสียภาษีให้เกิดความ สมัครใจในการทำหน้าที่ และก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของกรมสรรพากรในภาพรวมอย่างดียิ่ง จึงขอเชิญชวนให้ผู้เสียภาษี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เลขที่ข่าว ปชส. 17/2550</p>
<p>วันที่แถลงข่าว 22 พฤษภาคม 2550</p>
<p>เรื่อง กรมสรรพากรร่วมมือกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ให้บริการรับชำระภาษีด้วยบัตรเครดิต</p>
<p>วันนี้ (22 พฤษภาคม 2550 ) กรมสรรพากรได้จัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือในการให้บริการรับชำระภาษีด้วยบัตรเครดิต โดยนายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร ประธานในพิธีร่วมลงนามกับนายพงษ์ศักดิ์ ศรุติปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจร้านค้า เคทีซี หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและ<a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/services/accounting-services.html" target="_self">ผู้เสียภาษี</a> สามารถชำระภาษีได้ทุกประเภทภาษีด้วยบัตรเครดิตเคทีซี เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป</p>
<p>นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “ การให้บริการครั้งนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยผสมผสานศักยภาพของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยของทั้ง 2 หน่วยงาน มาใช้ให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ซึ่งต่อไปนี้การจ่ายชำระภาษีผ่านบัตรเครดิตเคทีซีจะเป็นทางเลือกใหม่ที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และผู้เสียภาษีให้เกิดความ สมัครใจในการทำหน้าที่ และก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของกรมสรรพากรในภาพรวมอย่างดียิ่ง จึงขอเชิญชวนให้ผู้เสียภาษี ใช้บริการชำระภาษีด้วยบัตรเครดิตเคทีซี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป โดยระยะแรกให้บริการเฉพาะสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา 51 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร และจะพิจารณาขยายการให้บริการดังกล่าวไปยังพื้นที่และบัตรเครดิตชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นต่อไปด้วย”</p>
<p>นายพงษ์ศักดิ์ ศรุติปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจร้านค้า “ เคทีซี ” หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เคทีซีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากกรมสรรพากรให้เป็นผู้บริการรับชำระภาษีผ่านบัตรเครดิตเป็นครั้งแรกในเมืองไทยซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความสะดวกสบายและประหยัดเวลาให้แก่สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทั่วประเทศถึงกว่า 1.42 ล้านบัตร โดยสมาชิกจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ในการสะสมคะแนนตามปกติของการใช้จ่ายผ่านบัตร โดยทุกการใช้จ่าย 25 บาท จะได้รับคะแนนสะสม 1 คะแนน และสมาชิกจะเสียค่าธรรมเนียมรวมภาษีมูลค่าเพิ่มเพียง 2% จากยอดภาษีที่ต้องชำระ และเราหวังว่า การบริการในรูปแบบใหม่นี้จะสามารถตอบสนองความต้องการแก่สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีได้สูงสุด และจะ มุ่งมั่นสรรหาบริการที่ดีและมีประโยชน์มานำเสนอให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ”</p>
<p>http://www.rd.go.th/publish/34963.0.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาตรฐานการสอบบัญชีสำหรับ SMEs รุ่นที่ 1</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Apr 2010 04:00:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการอบรมบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสภาวิชาชีพบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีสำหรับ SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานการสอบบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=714</guid>
		<description><![CDATA[รายชื่อผู้ผ่านการอบรม หลักสูตร แนวทางการนำมาตรฐานการสอบบัญชีไปใช้ในทางปฏิบัติสำหรับการสอบบัญชี SMEsรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 ถึง วันที่ 24 มกราคม 2553 ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชีฯ ชั้น 8 ถนนสุขุมวิท 21 กรุงเทพฯ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553  สภาวิชาชีพบัญชี  ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดาวโหลดประกาศรายชื่อผู้ผ่านการอบรม http://www.fap.or.th/fap/?q=node/559]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รายชื่อผู้ผ่านการอบรม</p>
<p>หลักสูตร แนวทางการนำมาตรฐานการสอบบัญชีไปใช้ในทางปฏิบัติสำหรับ<a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_self">การสอบบัญชี</a> SMEsรุ่นที่ 1<br />
ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 ถึง วันที่ 24 มกราคม 2553<br />
ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชีฯ ชั้น 8 ถนนสุขุมวิท 21 กรุงเทพฯ</p>
<p>วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553</p>
<p> สภาวิชาชีพบัญชี  ในพระบรมราชูปถัมภ์</p>
<p><a href="http://www.fap.or.th/fap/sites/default/files/notice.pdf" target="_blank">ดาวโหลดประกาศรายชื่อผู้ผ่านการอบรม</a></p>
<p>http://www.fap.or.th/fap/?q=node/559</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมการบัญชี (Accounting Equation)</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-accounting-equation.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-accounting-equation.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:26:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สมการบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สินทรัพย์ถาวร]]></category>
		<category><![CDATA[สินทรัพย์หมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้สินหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินลงทุนระยะยาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=703</guid>
		<description><![CDATA[สมการบัญชี (Accounting Equation) เพื่อให้ศึกษาวิชาการบัญชีได้เข้าใจและง่ายขึ้น เราจะมาเริ่มต้นกันที่การรู้จักสมการบัญชี ซึ่งสมการบัญชีคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ จะเห็นได้ว่าในสมการบัญชีมีคำที่เกี่ยวข้องอยู่ทั้งหมด 3 คำ คือคำว่า สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เราจะมาทำความเข้าใจกับคำทั้งสามคำนี้ก่อน สินทรัพย์ (Assets) หมายถึง ทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าที่วัดได้เป็นตัวเงินที่กิจการเป็นเจ้าของ ซึ่งจะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ เช่น เงินสด รถยนต์ สัมปทาน เป็นต้น เราสามารถจำแนกสินทรัพย์ออกเป็นประเภทต่าง ๆ 4 ประเภท ดังนี้ สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่เป็นเงินสด หรือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 รอบระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจหรือ 1 ปี ได้แก่ 1.1 เงินสด (Cash) หมายถึง ธนบัตร และเหรียญกษาปณ์ที่กิจการมีอยู่ในมือ และรวมถึงเช็คที่ถึงกำหนดได้รับเงินแล้วแต่กิจการยังไม่ได้นำไปขึ้นเงินหรือนำฝากธนาคาร ดราฟท์ ธนานัติ แคชเชียร์เช็ค [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมการบัญชี (Accounting Equation)</strong></p>
<p>เพื่อให้ศึกษาวิชาการบัญชีได้เข้าใจและง่ายขึ้น เราจะมาเริ่มต้นกันที่การรู้จักสมการบัญชี ซึ่งสมการบัญชีคือ</p>
<p>สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ</p>
<p>จะเห็นได้ว่าในสมการบัญชีมีคำที่เกี่ยวข้องอยู่ทั้งหมด 3 คำ คือคำว่า สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เราจะมาทำความเข้าใจกับคำทั้งสามคำนี้ก่อน</p>
<p>สินทรัพย์ (Assets) หมายถึง ทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าที่วัดได้เป็นตัวเงินที่กิจการเป็นเจ้าของ ซึ่งจะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้ เช่น เงินสด รถยนต์ สัมปทาน เป็นต้น เราสามารถจำแนกสินทรัพย์ออกเป็นประเภทต่าง ๆ 4 ประเภท ดังนี้</p>
<p>สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่เป็นเงินสด หรือสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 รอบระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจหรือ 1 ปี ได้แก่</p>
<p>1.1 เงินสด (Cash) หมายถึง ธนบัตร และเหรียญกษาปณ์ที่กิจการมีอยู่ในมือ และรวมถึงเช็คที่ถึงกำหนดได้รับเงินแล้วแต่กิจการยังไม่ได้นำไปขึ้นเงินหรือนำฝากธนาคาร ดราฟท์ ธนานัติ แคชเชียร์เช็ค เป็นต้น</p>
<p>1.2 เงินฝากธนาคาร (Cash in Bank or Deposit) หมายถึง บัญชีเงินฝากธนาคารที่กิจการมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประจำ</p>
<p>1.3 เงินลงทุนระยะสั้น (Short-term Investment) หมายถึง การที่กิจการได้นำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์อื่น เช่น ทองคำ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเก็งกำไรในระยะสั้น ๆ แล้วขายคืนภายใน 1 ปี</p>
<p>1.4 ลูกหนี้การค้า (Account Receivable) หมายถึง จำนวนเงินที่ลูกค้ามีภาระผูกพันที่จะต้องชดใช้ให้กับกิจการในอนาคตข้างหน้าอันเนื่องมาจากธุรกิจการค้า</p>
<p>1.5 ตั๋วเงินรับ (Notes Receivable) หมายถึง เอกสารหรือสัญญาที่ลูกค้าหรือลูกหนี้ได้ออกให้แก่กิจการเพื่อใช้เป็นเอกสารในการเรียกเก็บเงินภายหลัง เช่น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน เช็คลงวันที่ล่วงหน้า เป็นต้น</p>
<p>1.6 สินค้าคงเหลือ (Inventories) หมายถึง สินค้าสำเร็จรูป งานระหว่างผลิต วัตถุดิบ ที่มีไว้เพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อใช้ในการผลิต แต่ยังไม่ได้จำหน่ายออกไปจากกิจการ ยังคงเหลืออยู่ในกิจการ</p>
<p>1.7 ลูกหนี้อื่น ๆ (Other Receivables) หมายถึง ลูกหนี้ที่เกิดจากเหตุการณ์อื่นที่ไม่ใช่เกิดจากการดำเนินธุรกิจตามปกติของกิจการ เช่น เกิดจากการกู้ยืม เป็นต้น</p>
<p>1.8 รายได้ค้างรับ (Accrued Revenue) หมายถึง รายได้อื่น ๆ ที่ไม่เป็นรายได้จากการดำเนินธุรกิจตามปกติของกิจการที่กิจการควรจะได้รับ แต่ยังไม่ได้รับ เช่น ดอกเบี้ยค้างรับ เป็นต้น</p>
<p>1.9 ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expenses) หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่กิจการได้จ่ายเงินไปก่อน โดยที่ยังไม่ได้รับประโยชน์จากเงินที่จ่ายไปนั้น เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยจ่ายล่วงหน้า ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า เป็นต้น</p>
<p>1.10 วัสดุสิ้นเปลือง (Supplies) หมายถึง วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการที่มีลักษณะที่ใช้แล้วหมดไปภายใน 1 ปี เช่น น้ำมันหล่อลื่น ด้าย ผงซักฟอก เป็นต้น และถ้าหากวัสดุสิ้นเปลืองนั้นใช้ในสำนักงาน ก็จะถูกเรียกว่า วัสดุสำนักงาน (Office Supplies) เช่น ปากกา ดินสอ ลวดเย็บกระดาษ เป็นต้น</p>
<p>เงินลงทุนระยะยาว (Long-term Investment) หมายถึง จำนวนเงินที่กิจการนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนในอนาคตข้างหน้า โดยตั้งใจจะลงทุนเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 1 ปี</p>
<p>สินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่มีตัวตนและมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี ที่กิจการมีไว้เพื่อที่จะใช้ผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อที่จะก่อให้เกิดรายได้กับกิจการ ตัวอย่างของสินทรัพย์ถาวร ได้แก่ ที่ดิน อาคาร รถยนต์ เครื่องจักร เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากสินทรัพย์ที่มีตัวตนและมีอายุการใช้งานเกิน 1 ปี แต่ไม่ได้มีไว้ในเพื่อผลิตสินค้าหรือบริการของกิจการ ก็ไม่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ถาวร เช่น หากกิจการเป็นกิจการขายรถยนต์ รถยนต์ที่มีไว้เพื่อขายก็ไม่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ถาวร แต่จะถือว่าเป็นสินค้าคงเหลือ หรือหากกิจการซื้อที่ดินไว้เพื่อการเก็งกำไร โดยหากราคาของที่ดินสูงขึ้นจะขายที่ดินแปลงนี้ออกไป ที่ดินแปลงนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ถาวร แต่จะถือว่าเป็นเงินลงทุนระยะยาว เป็นต้น</p>
<p>สินทรัพย์อื่น (Other Assets) หมายถึงสินทรัพย์อื่นที่นอกเหนือจากสินทรัพย์ที่ได้กล่าวมาแล้วทั้ง 3 ประเภท ในทางบัญชีสินทรัพย์อื่นนี้จะหมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น สัมปทาน สิทธิบัตร เป็นต้น ซึ่งสินทรัพย์อื่นนี้จะมีอายุการใช้ประโยชน์เกิน 1 ปี</p>
<p>หนี้สิน (Liabilities) หมายถึง จำนวนเงินที่กิจการเป็นหนี้บุคคลหรือกิจการอื่น ซึ่งมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนให้กับบุคคลหรือกิจการเหล่านั้นในอนาคตข้างหน้า หนี้สินสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ</p>
<p>หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) หมายถึง หนี้สินที่กิจการมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ได้แก่</p>
<p>1.1 เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร (Bank Overdraft) หมายถึง เงินที่กิจการเบิกเกินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งธนาคารยอมให้เบิกเกินบัญชีไปก่อนในระยะสั้น ๆ ซึ่งกิจการจะต้องชำระคืนธนาคารในอนาคต</p>
<p>1.2 เงินกู้ยืมธนาคารระยะสั้น (Short-term Bank Loan) หมายถึง การที่กิจการได้ทำสัญญาตกลงกับธนาคารในการกู้ยืมเงินจำนวนหนึ่ง โดยที่มีกำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี</p>
<p>1.3 เจ้าหนี้การค้า (Account Payable) หมายถึงจำนวนเงินที่กิจการมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระให้กับบุคคลหรือกิจการอื่นเป็นค่าสินค้าหรือบริการที่กิจการซื้อมาเป็นเงินเชื่อ</p>
<p>1.4 ตั๋วเงินจ่าย (Notes Payable) หมายถึง เอกสารที่กิจการออกให้กับบุคคลหรือกิจการ เพื่อเป็นสัญญาว่าเมื่อครบกำหนดตามเอกสารนั้น กิจการจะจ่ายเงินให้กับผู้ที่ถือเอกสาร ในจำนวนเงินตามเอกสารนั้น</p>
<p>1.5 รายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue) หมายถึง รายได้ที่กิจการได้รับเงินมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้า ซึ่งจะมีภาระผูกพันที่จะต้องส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าในอนาคตเนื่องจากได้รับเงินมาแล้ว</p>
<p>1.6 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses) หมายถึง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ครบกำหนดที่จะต้องจ่ายแล้ว แต่กิจการยังไม่ได้จ่ายเงิน และกิจการยังไม่เคยรับรู้และมีการบันทึกบัญชีมาก่อน จนถึงวันสิ้นงวดบัญชีของกิจการ เช่น ค่าเช่าค้างจ่าย ค่าสาธารณูปโภคค้างจ่าย เป็นต้น</p>
<p>1.7 เจ้าหนี้อื่น (Other Payable) หมายถึง ภาระผู้พันที่กิจการจะต้องชำระหนี้ให้กับบุคคลหรือกิจการอื่น ที่ไม่ใช่เจ้าหนี้การค้า เช่น เจ้าหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมระยะสั้นที่ไม่ไช่ธนาคาร เป็นต้น</p>
<p>หนี้สินระยะยาว (Long-term Liabilities) หมายถึง ภาระผูกพันที่กิจการจะต้องชำระคืนบุคคลหรือกิจการอื่น ที่มีระยะเวลาการชำระคืนเกิน 1 ปี แต่ถ้าหากหนี้สินระยะยาวใดที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปีข้างหน้า หนี้สินระยะยาวจำนวนนั้น จะถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น กิจการกู้เงินกู้ระยะยาวจากธนาคารจำนวน 1,000,000 บาท มีกำหนดชำระคืนเงินต้น 10 ปี ปีละ 100,000 บาท เริ่มชำระคืนเงินต้นปีหน้านี้เป็นปีแรก ดังนั้น เงินจำนวน 100,000 บาท ที่จะต้องชำระคืนในปีหน้า จะถือว่าเป็นหนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินระยะยาวจะเป็นจำนวนเงินเพียงแค่ 900,000 บาท หนี้สินระยะยาวแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่</p>
<p>2.1 หุ้นกู้ (Bonds Payable) หมายถึง การที่กิจการกู้เงินจากบุคคลภายนอก โดยออกหุ้นกู้ไว้ให้เป็นหลักฐาน ซึ่งกิจการจะจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นกู้ในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งหุ้นกู้นี้มักจะมีกำหนดการไถ่ถอนมากกว่า 1 ปีและเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนแล้ว กิจการก็จะต้องนำเงินไปชำระคืนให้กับผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งเราเรียกว่าการไถ่ถอนหุ้นกู้นั้นเอง</p>
<p>2.2 เงินกู้ระยะยาวโดยมีการจำนอง หรือเงินกู้จำนอง (Mortgage Loan) หมายถึง การที่กิจการได้ทำการกู้ยืมเงินจากบุคคลหรือกิจการหรือสถาบันการเงิน โดยการนำสินทรัพย์ถาวรของกิจการไปจำนองกับผู้ให้กู้ไว้เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ และเงินกู้นั้นมีกำหนดชำระคืนเงินต้นเกิน 1 ปีขึ้นไป</p>
<p>2.3 เงินกู้ระยะยาวโดยไม่มีการจำนอง หรือเงินกู้ระยะยาว (Long-term Loan) หมายถึง การที่กิจการได้ทำการกู้ยืมเงินกู้ระยะยาวจากบุคคลหรือกิจการหรือสถาบันการเงิน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ไปค้ำประกัน และเงินกู้นั้นมีกำหนดชำระคืนเงินต้นเกิน 1 ปีขึ้นไป</p>
<p>ส่วนของเจ้าของ (Owner’s Equity) หรือบางทีอาจจะเรียกว่า ทุน (Proprietorship) หมายถึง มูลค่าของสินทรัพย์ทีเจ้าของกิจการเป็นเจ้าของโดยปราศจากการมีหนี้สินทึ่จะต้องชำระคืนในอนาคต ส่วนของเจ้าของของกิจการที่ดำเนินงานแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกัน ดังนี้</p>
<p>1. กิจการเจ้าของคนเดียว (Individual Proprietorship) สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว ส่วนของเจ้าของคือสินทรัพย์ที่เจ้าของกิจการนำมาลงทุนในกิจการเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเรียกว่า “ทุน” ทุนจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากผลการดำเนินงานของกิจการที่มีกำไร หรือจากการที่เจ้าของกิจการนำสินทรัพย์มาลงทุนเพิ่มเติม และทุนจะมีจำนวนลดลงจากผลการดำเนินงานของกิจการที่ขาดทุน หรือจากการที่เจ้าของกิจการได้ถอนทุนคืนไป</p>
<p>2. กิจการห้างหุ้นส่วน (Partnership) สำหรับกิจการห้างหุ้นส่วน ส่วนของเจ้าของจะเรียกว่า “ส่วนของผู้ถือหุ้น” ซึ่งจะประกอบไปด้วยทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน และทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้รับส่วนแบ่งกำไร หรือมีการลงทุนเพิ่ม และทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนจะลดลงเมื่อได้รับส่วนแบ่งการขาดทุน หรือเมื่อมีการถอนทุนคืน</p>
<p>3. กิจการบริษัทจำกัด (Limited Company) สำหรับกิจการบริษัทจำกัด ส่วนของเจ้าของจะเรียกว่า “ส่วนของผู้ถือหุ้น” ซึ่งจะประกอบไปด้วย ทุนเรือนหุ้นไม่ว่าจะเป็นหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ์ ส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ ซึ่งคือจำนวนเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายหุ้นในราคาที่สูงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ และกำไรสะสมหรือขาดทุนสะสม ซึ่งหมายถึงผลการดำเนินงานที่สะสมมาในแต่ละปีตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ</p>
<p>จากสมการบัญชี</p>
<p>สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ</p>
<p>ทำให้เราเข้าใจได้ว่าสินทรัพย์ซึ่งเป็นของกิจการนั้นประกอบไปด้วยแหล่งที่มา 2 แหล่ง ก็คือมาจากการกู้ยืมหรือเป็นหนี้บุคคลหรือกิจการอื่นซึ่งมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนในอนาคต (หนี้สิน) และอีกแหล่งคือเป็นของกิจการเองโดยไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนในอนาคต (ส่วนของเจ้าของ)</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-accounting-equation.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:25:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การดำเนินธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการห้างหุ้นส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการเจ้าของคนเดียว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=701</guid>
		<description><![CDATA[รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ (Types of Business Organizations) ธุรกิจทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้ว สามารถเลือกดำเนินธุรกิจ 3 รูปแบบ คือ 1. กิจการเจ้าของคนเดียว (Individual Proprietorship) เป็นรูปแบบของการดำเนินกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวคือผู้ก่อตั้งกิจการ โดยมากมักเป็นกิจการขนาดเล็ก เจ้าของเป็นผู้บริหารงานเอง ดังนั้นจึงมีความคล่องตัวในการบริหารงานสูง เนื่องจากสามารถตัดสินใจในเรื่องของการบริหารงานได้เองเลยโดยที่ไม่ต้องถามความเห็นของผู้อื่น หากกิจการมีกำไร เจ้าของกิจการก็ได้รับกำไรนั้นแต่เพียงผู้เดียว แต่ถ้ากิจการขาดทุนเจ้าของกิจการก็ต้องรับผิดชอบผลการขาดทุนและหนี้สินที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน ในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบเจ้าของคนเดียวนี้หากกิจการต้องการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีเจ้าของเพียงคนเดียว 2. กิจการห้างหุ้นส่วน (Partnership) เป็นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมาร่วมกันจัดตั้งกิจการ โดยเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน มีสัญญาเข้าเป็นหุ้นส่วนกัน และแบ่งผลกำไรกัน ซึ่งเจ้าของกิจการห้างหุ้นส่วนจะถูกเรียกว่า “ผู้เป็นหุ้นส่วน” ในการบริหารงานของกิจการจะกำหนดให้หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้บริหารงาน ซึ่งจะเรียกว่าหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนมี 2 ประเภท คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Unlimited Partnership) ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนประเภทที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนี้จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ กับห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทที่มีหุ้นส่วนบางคนรับผิดชอบเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนนั้นเท่านั้น ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กิจการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนนี้จะแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว เนื่องจากมีจำนวนเจ้าของมากกว่า แต่หากมีกำไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รูปแบบของการดำเนินธุรกิจ (Types of Business Organizations)</strong></p>
<p>ธุรกิจทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาแล้ว สามารถเลือกดำเนินธุรกิจ 3 รูปแบบ คือ</p>
<p>1. กิจการเจ้าของคนเดียว (Individual Proprietorship) เป็นรูปแบบของการดำเนินกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวคือผู้ก่อตั้งกิจการ โดยมากมักเป็นกิจการขนาดเล็ก เจ้าของเป็นผู้บริหารงานเอง ดังนั้นจึงมีความคล่องตัวในการบริหารงานสูง เนื่องจากสามารถตัดสินใจในเรื่องของการบริหารงานได้เองเลยโดยที่ไม่ต้องถามความเห็นของผู้อื่น หากกิจการมีกำไร เจ้าของกิจการก็ได้รับกำไรนั้นแต่เพียงผู้เดียว แต่ถ้ากิจการขาดทุนเจ้าของกิจการก็ต้องรับผิดชอบผลการขาดทุนและหนี้สินที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน ในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบเจ้าของคนเดียวนี้หากกิจการต้องการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีเจ้าของเพียงคนเดียว</p>
<p>2. กิจการห้างหุ้นส่วน (Partnership) เป็นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมาร่วมกันจัดตั้งกิจการ โดยเป็นเจ้าของกิจการร่วมกัน มีสัญญาเข้าเป็นหุ้นส่วนกัน และแบ่งผลกำไรกัน ซึ่งเจ้าของกิจการห้างหุ้นส่วนจะถูกเรียกว่า “ผู้เป็นหุ้นส่วน” ในการบริหารงานของกิจการจะกำหนดให้หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งเป็นผู้บริหารงาน ซึ่งจะเรียกว่าหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนมี 2 ประเภท คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Unlimited Partnership) ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนประเภทที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนี้จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ กับห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทที่มีหุ้นส่วนบางคนรับผิดชอบเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนนั้นเท่านั้น ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล</p>
<p>กิจการในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนนี้จะแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว เนื่องจากมีจำนวนเจ้าของมากกว่า แต่หากมีกำไร กำไรนั้นก็ต้องแบ่งให้กับหุ้นส่วนทุกคน หากขาดทุนก็จะต้องรับผิดชอบผลขาดทุนและหนี้สินของกิจการร่วมกันทุกคน</p>
<p>3. บริษัทจำกัด (Limited Company) เป็นรูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นด้วยการแบ่งเงินทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน ผู้ถือหุ้นซึ่งก็คือเจ้าของกิจการต้องรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ บริษัทจะถูกบริหารงานโดยคณะกรรมการบริษัท ซึ่งที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้ง โดยที่คณะกรรมการบริหารบริษัทนั้นมาจากผู้ถือหุ้นหรือไม่ก็ได้ ดังนั้นในบริษัทจำกัดจึงมีการแยกระหว่างเจ้าของกิจการกับผู้บริหารงาน นั่นก็คือ ผู้ถือหุ้นมิได้บริหารงานเองโดยตรง แต่มอบหมายให้คณะกรรมการเป็นผู้บริหารงานแทน เมื่อจดทะเบียนแล้ว บริษัทจะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น ซึ่งกิจการในรูปแบบบริษัทจำกัดนี้จะหาแหล่งเงินทุนได้ง่าย เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก และการบริหารงานก็คล่องตัว ผู้บริหารก็มักจะเป็นมืออาชีพในการบริหารธุรกิจ หากบริษัทมีกำไร เจ้าของกิจการซึ่งเรียกว่า “ผู้ถือหุ้น” จะได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผล</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งวดบัญชีหรือรอบระยะเวลาบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:24:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[งวดบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซื้อขายสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รอบระยะเวลาบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=699</guid>
		<description><![CDATA[งวดบัญชีหรือรอบระยะเวลาบัญชี (Accounting Period) คำว่างวดบัญชีหรือรอบระยะเวลาบัญชี หมายถึง การที่กิจการจะทำการบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในงวดเวลาหรือรอบระยะเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นก็จะสรุปออกมาว่าในงวดเวลานั้นกิจการมีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร และในวันสิ้นงวดเวลานั้นกิจการมีฐานะทางการเงินเป็นอย่างไร โดยงวดบัญชีหรือรอบระยะเวลาบัญชีนั้นจะเป็นระยะเวลาเท่าไรก็ได้แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี และถ้าหากงวดบัญชีของกิจการเป็น 1 ปี งวดบัญชีนั้นจะเริ่มต้นเมื่อไรก็ได้ จะเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม เหมือนปีปฏิทินหรือไม่ก็ได้ ประเภทของธุรกิจ (Types of Business) เราสามารถแบ่งประเภทของธุรกิจที่เป็นธุรกิจที่มุ่งแสวงหากำไรออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1. ธุรกิจบริการ (Service Businesses) เป็นธุรกิจที่มีรายได้เกิดขึ้นจากการให้บริการ ซึ่งบริการนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น สวนสนุก หอพัก กิจการรถเช่า โรงภาพยนตร์ คลินิก โรงแรม รถประจำทาง เป็นต้น 2. ธุรกิจซื้อขายสินค้า (Merchandising Businesses) หรือ ธุรกิจพาณิชยกรรม เป็นธุรกิจที่มีการดำเนินธุรกิจโดยการซื้อสินค้าเข้ามาแล้วขายสินค้านั้นออกไปในราคาที่สูงกว่าเดิม โดยไม่มีการแปรรูปหรือแปลงสภาพสินค้าแต่อย่างใด เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>งวดบัญชีหรือรอบระยะเวลาบัญชี (Accounting Period)</strong></p>
<p>คำว่างวดบัญชีหรือรอบระยะเวลาบัญชี หมายถึง การที่กิจการจะทำการบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในงวดเวลาหรือรอบระยะเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นก็จะสรุปออกมาว่าในงวดเวลานั้นกิจการมีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร และในวันสิ้นงวดเวลานั้นกิจการมีฐานะทางการเงินเป็นอย่างไร โดยงวดบัญชีหรือรอบระยะเวลาบัญชีนั้นจะเป็นระยะเวลาเท่าไรก็ได้แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี และถ้าหากงวดบัญชีของกิจการเป็น 1 ปี งวดบัญชีนั้นจะเริ่มต้นเมื่อไรก็ได้ จะเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม เหมือนปีปฏิทินหรือไม่ก็ได้</p>
<p><strong>ประเภทของธุรกิจ (Types of Business)</strong></p>
<p>เราสามารถแบ่งประเภทของธุรกิจที่เป็นธุรกิจที่มุ่งแสวงหากำไรออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้</p>
<p>1. ธุรกิจบริการ (Service Businesses) เป็นธุรกิจที่มีรายได้เกิดขึ้นจากการให้บริการ ซึ่งบริการนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น สวนสนุก หอพัก กิจการรถเช่า โรงภาพยนตร์ คลินิก โรงแรม รถประจำทาง เป็นต้น</p>
<p>2. ธุรกิจซื้อขายสินค้า (Merchandising Businesses) หรือ ธุรกิจพาณิชยกรรม เป็นธุรกิจที่มีการดำเนินธุรกิจโดยการซื้อสินค้าเข้ามาแล้วขายสินค้านั้นออกไปในราคาที่สูงกว่าเดิม โดยไม่มีการแปรรูปหรือแปลงสภาพสินค้าแต่อย่างใด เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต บริษัทขายรถยนต์ เป็นต้น</p>
<p>3. ธุรกิจอุตสาหกรรม (Manufacturing Businesses) หรือ ธุรกิจผลิตสินค้า เป็นธุรกิจที่มีการดำเนินการผลิตสินค้า คือมีการแปรรูปวัตถุดิบที่ซื้อเข้ามาเป็นสินค้าสำเร็จรูปแล้วขายออกไป ธุรกิจประเภทนี้ได้แก่ โรงงานผลิตรถยนต์ โรงงานกระเบื้อง โรงงานทอผ้า เป็นต้น</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวความคิดและหลักการบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:23:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[แม่บทการบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=697</guid>
		<description><![CDATA[แนวความคิดและหลักการบัญชี ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีมีหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ เจ้าหนี้ นักลงทุน หน่วยงานของรัฐบาล หรืออื่น ๆ ซึ่งในบางครั้งบุคคลที่ใช้ข้อมูลทางการบัญชีเหล่านี้มีความต้องการที่จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีในทิศทางที่แตกต่างกัน เช่น ผู้บริหารต้องการแสดงผลการดำเนินงานที่มีกำไรน้อยกว่าความเป็นจริงหรือขาดทุน เพื่อที่จะได้เสียภาษีน้อยลง หรือไม่เสียภาษีเลย ในทางตรงกันข้ามกรมสรรพากรซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีก็ต้องการให้แสดงข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อจะได้จัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง รัฐบาลจะได้นำเงินมาพัฒนาประเทศต่อไป ดังนั้นเพื่อให้ข้อมูลทางการบัญชีที่ฝ่ายบัญชีนำเสนอเชื่อถือได้และเป็นธรรมต่อผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีทุกฝ่าย นักบัญชีจึงจำเป็นต้องจัดทำบัญชีตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (Generally Accepted Accounting Principles) ซึ่งหมายถึง ประเพณีนิยม กฎเกณฑ์ และวิธีการต่าง ๆ ซึ่งอธิบายให้ทราบถึงวิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่ใช้กันโดยทั่วไป สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้กำหนดข้อสมมุติทางการบัญชีไว้ในแม่บทการบัญชี 2 ข้อ คือ 1. เกณฑ์คงค้าง งบการเงินจัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์คงค้างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่กล่าวมาแล้วภายใต้เกณฑ์คงค้าง รายการและเหตุการณ์ทางบัญชีจะรับรู้เมื่อเกิดขึ้นมิใช่เมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด โดยรายการต่าง ๆ จะบันทึกบัญชีและแสดงในงบการเงินตามงวดที่เกี่ยวข้อง งบการเงินที่จัดทำขึ้นตามเกณฑ์คงค้างนอกจากจะให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งบการเงินเกี่ยวกับรายการค้าในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการรับและจ่ายเงินสดแล้ว ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาระผูกพันที่กิจการต้องจ่ายเป็นเงินสดในอนาคตและข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรที่จะได้รับเป็นเงินสดในอนาคตด้วย ดังนั้น งบการเงินจึงสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีในอดีตซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งบการเงินในการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ 2. การดำเนินงานต่อเนื่อง โดยทั่วไปงบการเงินจัดทำขึ้นตามข้อสมมติที่ว่ากิจการจะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและดำรงอยู่ต่อไปในอนาคต ดังนั้น จึงสมมุติว่ากิจการไม่มีเจตนาหรือมีความจำเป็นที่จะเลิกกิจการหรือลดขนาดของการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ หากกิจการมีเจตนาหรือความจำเป็นดังกล่าว งบการเงินต้องจัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์อื่นและต้องเปิดเผยหลักเกณฑ์ที่ใช้ในงบการเงินด้วย นอกจากข้อสมมุติทางการบัญชีที่ได้กล่าวมาแล้ว สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ยังได้กำหนดลักษณะเชิงคุณภาพของงบการเงินไว้ในแม่บทการบัญชีอีก 14 ข้อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แนวความคิดและหลักการบัญชี</strong></p>
<p>ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีมีหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ เจ้าหนี้ นักลงทุน หน่วยงานของรัฐบาล หรืออื่น ๆ ซึ่งในบางครั้งบุคคลที่ใช้ข้อมูลทางการบัญชีเหล่านี้มีความต้องการที่จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีในทิศทางที่แตกต่างกัน เช่น ผู้บริหารต้องการแสดงผลการดำเนินงานที่มีกำไรน้อยกว่าความเป็นจริงหรือขาดทุน เพื่อที่จะได้เสียภาษีน้อยลง หรือไม่เสียภาษีเลย ในทางตรงกันข้ามกรมสรรพากรซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีก็ต้องการให้แสดงข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อจะได้จัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง รัฐบาลจะได้นำเงินมาพัฒนาประเทศต่อไป</p>
<p>ดังนั้นเพื่อให้ข้อมูลทางการบัญชีที่ฝ่ายบัญชีนำเสนอเชื่อถือได้และเป็นธรรมต่อผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีทุกฝ่าย นักบัญชีจึงจำเป็นต้องจัดทำบัญชีตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (Generally Accepted Accounting Principles) ซึ่งหมายถึง ประเพณีนิยม กฎเกณฑ์ และวิธีการต่าง ๆ ซึ่งอธิบายให้ทราบถึงวิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่ใช้กันโดยทั่วไป</p>
<p>สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้กำหนดข้อสมมุติทางการบัญชีไว้ในแม่บทการบัญชี 2 ข้อ คือ</p>
<p>1. เกณฑ์คงค้าง งบการเงินจัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์คงค้างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่กล่าวมาแล้วภายใต้เกณฑ์คงค้าง รายการและเหตุการณ์ทางบัญชีจะรับรู้เมื่อเกิดขึ้นมิใช่เมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด โดยรายการต่าง ๆ จะบันทึกบัญชีและแสดงในงบการเงินตามงวดที่เกี่ยวข้อง งบการเงินที่จัดทำขึ้นตามเกณฑ์คงค้างนอกจากจะให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งบการเงินเกี่ยวกับรายการค้าในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการรับและจ่ายเงินสดแล้ว ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาระผูกพันที่กิจการต้องจ่ายเป็นเงินสดในอนาคตและข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรที่จะได้รับเป็นเงินสดในอนาคตด้วย ดังนั้น งบการเงินจึงสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีในอดีตซึ่งเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งบการเงินในการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ</p>
<p>2. การดำเนินงานต่อเนื่อง โดยทั่วไปงบการเงินจัดทำขึ้นตามข้อสมมติที่ว่ากิจการจะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและดำรงอยู่ต่อไปในอนาคต ดังนั้น จึงสมมุติว่ากิจการไม่มีเจตนาหรือมีความจำเป็นที่จะเลิกกิจการหรือลดขนาดของการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ หากกิจการมีเจตนาหรือความจำเป็นดังกล่าว งบการเงินต้องจัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์อื่นและต้องเปิดเผยหลักเกณฑ์ที่ใช้ในงบการเงินด้วย</p>
<p>นอกจากข้อสมมุติทางการบัญชีที่ได้กล่าวมาแล้ว สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ยังได้กำหนดลักษณะเชิงคุณภาพของงบการเงินไว้ในแม่บทการบัญชีอีก 14 ข้อ ดังนี้</p>
<p>1. ความเข้าใจได้ ข้อมูลในงบการเงินต้องสามารถเข้าใจได้ในทันทีที่ผู้ใช้งบการเงินใช้ข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น จึงต้องมีข้อสมมุติว่าผู้ใช้งบการเงินมีความรู้ตามควรเกี่ยวกับธุรกิจ กิจกรรมเชิงเศรษฐกิจและการบัญชี รวมทั้งมีความตั้งใจตามควรที่จะศึกษาข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลแม้ว่าจะมีความซับซ้อน แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจก็ไม่ควรละเว้นที่จะแสดงในงบการเงินเพียงเหตุผลที่ว่าข้อมูลดังกล่าวยากเกินกว่าที่ผู้ใช้งบการเงินบางคนจะเข้าใจได</p>
<p>2. ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ข้อมูลที่มีประโยชน์ต้องเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้ใช้งบการเงิน ข้อมูลจะเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลนั้นช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินสามารถประเมินเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมทั้งช่วยยืนยันหรือชี้ข้อผิดพลาดของผลการประเมินที่ผ่านมาของผู้ใช้งบการเงินได้</p>
<p>บทบาทของข้อมูลที่ช่วยในการคาดคะเนและยืนยันความถูกต้องของการคาดคะเนที่ผ่านมามีความสัมพันธ์กัน ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณและโครงสร้างของสินทรัพย์ที่กิจการมีอยู่ในปัจจุบันมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งบการเงิน เพราะจะช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินสามารถคาดคะเนถึงความสามารถของกิจการในการรับประโยชน์จากโอกาส ใหม่ ๆ และในการแก้ไขสถานการณ์ ข้อมูลเดียวกันนี้มีบทบาทในการยืนยันความถูกต้องของการคาดคะเนในอดีตที่เกี่ยวกับโครงสร้างของกิจการและผลการดำเนินงานตามที่วางแผนไว้</p>
<p>ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในอดีตของกิจการมักถือเป็นเกณฑ์ในการคาดคะเนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในอนาคต รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่ผู้ใช้งบการเงินสนใจ เช่น การจ่ายเงินปันผล การจ่ายค่าจ้าง การเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ และความสามารถของกิจการในการชำระภาระผูกพันเมื่อครบกำหนด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจะมีประโยชน์ต่อการคาดคะเนได้โดยไม่จำเป็นต้องจัดทำในรูปของประมาณการ ความสามารถในการคาดคะเนจะเพิ่มขึ้นตามลักษณะการแสดงข้อมูลในงบการเงินของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีที่เกิดขึ้นในอดีต ตัวอย่างเช่น งบกำไรขาดทุนจะมีประโยชน์ในการคาดคะเนเพิ่มขึ้นหากรายการเกี่ยวกับการดำเนินงานที่มีลักษณะไม่เป็นปกติ รายการผิดปกติจากการดำเนินงานและรายการที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งของรายได้และค่าใช้จ่ายจะแสดงแยกต่างหากจากกัน</p>
<p>3. ความมีนัยสำคัญ ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของข้อมูลขึ้นอยู่กับลักษณะและความมีนัยสำคัญของข้อมูลนั้น ในบางกรณี ลักษณะของข้อมูลเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะใช้ตัดสินว่าข้อมูลมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือไม่ ตัวอย่างเช่น การรายงานส่วนงานใหม่อาจส่งผลกระทบต่อการประเมินความเสี่ยงและโอกาสของกิจการ แม้ว่าผลการดำเนินงานของส่วนงานในงวดนั้นจะไม่มีนัยสำคัญในกรณีอื่น ทั้งลักษณะและความมีนัยสำคัญของข้อมูลมีส่วนสำคัญในการตัดสินว่าข้อมูลมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือไม่ ตัวอย่างเช่น มุลค่าของสินค้าคงเหลือแยกตามประเภทหลักที่เหมาะสมกับธุรกิจ หากมูลค่าของสินค้าคงเหลือไม่มีนัยสำคัญ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ</p>
<p>ข้อมูลจะถือว่ามีนัยสำคัญหากการไม่แสดงข้อมูลหรือการแสดงข้อมูลผิดพลาดมีผลกระทบต่อผู้ใช้งบการเงินในการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ ความมีนัยสำคัญขึ้นอยู่กับขนาดของรายการหรือขนาดของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นภายใต้สภาพการณ์เฉพาะซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ดังนั้นความมีนัยสำคัญจึงถือเป็นข้อพิจารณามากกว่าจะเป็นลักษณะเชิงคุณภาพซึ่งข้อมูลต้องมีหากข้อมูลนั้นจะถือว่ามีประโยชน์</p>
<p>4. ความเชื่อถือได้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต้องเชื่อถือได้ ข้อมูลจะมีคุณสมบัติของความเชื่อถือได้หากปราศจากความผิดพลาดที่มีนัยสำคัญและความลำเอียง ซึ่งทำให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถเชื่อได้ว่าข้อมูลนั้นเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรมของข้อมูลที่ต้องการให้แสดงหรือควรแสดง</p>
<p>ข้อมูลอาจมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจแต่การรับรู้ของข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจผิดเนื่องจากข้อมูลขาดความน่าเชื่อถือ ตัวอย่างเช่น ประมาณการค่าเสียหายจากการฟ้องร้องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีอาจขาดความน่าเชื่อถือเนื่องจากจำนวนค่าเสียหาย และผลการพิจารณาคดียังเป็นที่ไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดเดาอย่างสมเหตุสมผลได้ ดังนั้น กิจการจึงไม่ควรรับรู้ค่าเสียหายดังกล่าวในงบการเงิน แต่ควรเปิดเผยจำนวนค่าเสียหายที่มีการเรียกร้องและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องดังกล่าว</p>
<p>5. การเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม ข้อมูลจะมีความเชื่อถือได้เมื่อรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีได้ได้แสดงอย่างเที่ยงธรรมตามที่ต้องการให้แสดงหรือควรจะแสดง ดังนั้น งบดุลควรแสดงสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เฉพาะรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีที่เข้าเกณฑ์การรับรู้รายการ ณ วันที่เสนอรายงาน</p>
<p>ข้อมูลทางการเงินอาจไม่เป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรมของรายการที่ต้องการให้แสดง ทั้งนี้มิได้มีสาเหตุมาจากความลำเอียง หากเกิดจากความซับซ้อนในการวัดค่าของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีหรือเกิดจากการนำหลักการวัดค่าและเทคนิคในการนำเสนอรายการมาประยุกต์ใช้ในบางกรณี การวัดค่าผลกระทบทางการเงินของรายการบางรายการอาจมีความไม่แน่นอนสูง จนกระทั่งกิจการไม่อาจรับรู้รายการนั้นในงบการเงินได้ ตัวอย่างเช่น กิจการมีค่าความนิยมที่เกิดขึ้นหลังจากได้ดำเนินงานมาระยะหนึ่ง แต่กิจการไม่สามารถบันทึกค่าความนิยมที่เกิดขึ้นภายในได้ เนื่องจากเป็นการยากที่กิจการจะกำหนดมูลค่าของความนิยมดังกล่าวไว้อย่างน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องรับรู้รายการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการผิดพลาดในการรับรู้และการวัดค่าของรายการนั้น</p>
<p>6. เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ ข้อมูลเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรมของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชี ดังนั้น ข้อมูลต้องบันทึกและแสดงตามเนื้อหาและความเป็นจริงเชิงเศรษฐกิจมิใช่ตามรูปแบบทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว เนื้อหาของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีอาจไม่ตรงกับรูปแบบทางกฎหมายหรือรูปแบบที่ทำขึ้น ตัวอย่างเช่น กิจการอาจโอนสินทรัพย์ให้กับบุคคลอื่น โดยมีเอกสารยืนยันว่าได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายไปให้บุคคลนั้นแล้ว แต่ในสัญญาระบุให้กิจการยังคงได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากสินทรัพย์นั้นต่อไป ในกรณีดังกล่าว การที่กิจการรายงานว่าได้ขายสินทรัพย์จึงไม่เป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรมของรายการที่เกิดขึ้น</p>
<p>7. ความเป็นกลาง ข้อมูลที่แสดงอยู่ในงบการเงินมีความน่าเชื่อถือเมื่อมีความเป็นกลางหรือปราศจากความลำเอียง งบการเงินจะขาดความเป็นกลางหากการเลือกข้อมูลหรือการแสดงข้อมูลในงบการเงินนั้นมีผลทำให้ผู้ใช้งบการเงินตัดสินใจหรือใช้ดุลยพินิจตามเจตนาของกิจการ</p>
<p>8. ความระมัดระวัง โดยทั่วไปผู้จัดทำงบการเงินต้องประสบกับความไม่แน่นอนอันหลีกเลี่ยงไม่ได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการเก็บหนี้ การประมาณอายุการใช้งานของสินทรัพย์ที่มีตัวตน และจำนวนการเรียกร้องค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามสัญญารับประกัน กิจการอาจแสดงความไม่แน่นอนดังกล่าว โดยการเปิดเผยถึงลักษณะผลกระทบ และหลักความระมัดระวังที่กิจการใช้ในการจัดทำงบการเงิน หลักความระมัดระวังนี้รวมถึงการใช้ดุลยพินิจที่จำเป็นในการประมาณการภายใต้ความไม่แน่นอนเพื่อมิให้สินทรัพย์หรือรายได้แสดงจำนวนสูงเกินไป และหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายแสดงจำนวนต่ำเกินไป อย่างไรก็ตาม การใช้หลักความระมัดระวังมิได้อนุญาตให้กิจการตั้งสำรองลับหรือตั้งค่าเผื่อไว้สูงเกินไป การแสดงสินทรัพย์หรือรายได้ให้ต่ำเกินไปหรือแสดงหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายให้สูงเกินไปโดยเจตนาจะทำให้งบการเงินขาดความเป็นกลางและทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ</p>
<p>9. ความครบถ้วน ข้อมูลในงบการเงินที่เชื่อถือได้ต้องครบถ้วนภายใต้ข้อจำกัดของความมีนัยสำคัญและต้นทุนในการจัดทำ รายการบางรายการหากไม่แสดงในงบการเงินจะทำให้ข้อมูลมีความผิดพลาดหรือทำให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจผิด ดังนั้น ข้อมูลดังกล่าวจะมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจน้อยลงและขาดความน่าเชื่อถือได้</p>
<p>10. การเปรียบเทียบกันได้ ผู้ใช้งบการเงินต้องสามารถเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการในรอบระยะเวลาที่ต่างกัน เพื่อคาดคะเนถึงแนวโน้มของฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของกิจการนั้น นอกจากนี้ผู้ใช้งบการเงินยังต้องสามารถเปรียบเทียบงบการเงินระหว่างกิจการเพื่อประเมินฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงิน ดังนั้น การวัดมูลค่าและการแสดงผลกระทบทางการเงินของรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันจึงจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติภายในกิจการเดียวกันแต่ต่างรอบระยะเวลา หรือเป็นการปฏิบัติของกิจการแต่ละกิจการก็ตาม</p>
<p>การเปรียบเทียบกันได้เป็นลักษณะเชิงคุณภาพที่สำคัญกล่าวคือ ผู้ใช้งบการเงินจำเป็นต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการบัญชีที่ใช้ในการจัดทำงบการเงิน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผู้ใช้งบการเงินต้องสามารถระบุความแตกต่างระหว่างนโยบายการบัญชีที่กิจการใช้สำหรับรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีที่คล้ายคลึงกันในรอบระยะเวลาบัญชีที่ต่างกัน และความแตกต่างระหว่างนโยบายการบัญชีที่ใช้ของกิจการแต่ละกิจการได้ การปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งรวมถึงการเปิดเผยนโยบายการบัญชีจะช่วยให้งบการเงินมีคุณสมบัติในการเปรียบเทียบกันได้</p>
<p>การที่ข้อมูลจำเป็นต้องเปรียบเทียบกันได้มิได้หมายความว่าข้อมูลต้องอยู่ในรูปแบบเดียวกันตลอดไป และไม่ใช้ข้ออ้างอันสมควรที่จะไม่นำมาตรฐานการบัญชีที่เหมาะสมกว่ามาถือปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น กิจการไม่ควรใช้นโยบายการบัญชีต่อไปสำหรับรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีหากนโยบายการบัญชีนั้นไม่สามารถทำให้ข้อมูลมีลักษณะเชิงคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและความเชื่อถือได้ นอกจากนั้นกิจการควรเลือกใช้นโยบายการบัญชีอื่น หากทำให้ข้อมูลเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและเชื่อถือได้มากขึ้น</p>
<p>เนื่องจากผู้ใช้งบการเงินต้องการเปรียบเทียบฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของกิจการสำหรับรอบระยะเวลาที่ต่างกัน ดังนั้น งบการเงินจึงควรแสดงข้อมูลของรอบระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยเพื่อประโยชน์ในการเปรียบเทียบ</p>
<p>11. ทันต่อเวลา การรายงานข้อมูลล่าช้าอาจทำให้ข้อมูลสูญเสียความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามฝ่ายบริหารอาจต้องพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างประโยชน์ที่จะได้รับจาก การรายงานที่ทันต่อเวลากับความเชื่อถือได้ของรายงานนั้น กิจการอาจจำเป็นต้องเสนอรายงานให้ทันต่อเวลาก่อนที่จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับรายการและเหตุการณ์ทางบัญชีในทุกลักษณะซึ่งอาจทำให้ความเชื่อถือได้ลดลง ในทางกลับกัน หากกิจการจะรอจนกระทั่งทราบข้อมูลในทุกลักษณะจึงจะเสนอรายงาน รายงานนั้นอาจมีความเชื่อถือได้สูงแต่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งบการเงินในการตัดสินใจในช่วงเวลานั้น ในการหาความสมดุลระหว่างความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและความเชื่อถือได้ของข้อมูล กิจการจึงต้องพิจารณาถึงความต้องการของผู้ใช้งบการเงินในการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจเป็นหลัก</p>
<p>12. ความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่เสียไป ความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่เสียไปถือเป็นข้อจำกัดที่สำคัญของงบการเงินมากกว่าจะถือเป็นลักษณะเชิงคุณภาพ โดยทั่วไป ประโยชน์ที่ได้รับจากข้อมูลควรมากกว่าต้นทุนในการจัดหาข้อมูลนั้น การประเมินประโยชน์และต้นทุนจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจเป็นหลักโดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ได้รับประโยชน์จากข้อมูลไม่ต้องรับผิดชอบต่อต้นทุนในการจัดหาข้อมูลนั้น และข้อมูลอาจให้ประโยชน์แก่บุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้ที่กิจการต้องการเสนอข้อมูล ดังนั้น จึงเป็นการยากที่จะกำหนดสูตรสำเร็จในการหาความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุนที่เสียไปเพื่อนำมาปฏิบัติได้ในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีจะไม่ละเลยข้อจำกัดดังกล่าวในการออกกฎและผู้ใช้งบการเงินต้องตระหนักว่าผู้จัดทำงบการเงินมีข้อจำกัดเดียวกันในการจัดทำและนำเสนองบการเงิน</p>
<p>13. ความสมดุลของลักษณะเชิงคุณภาพ ในทางปฏิบัติ การสร้างความสมดุลระหว่างลักษณะเชิงคุณภาพต่าง ๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็น ผู้จัดทำงบการเงินต้องหาความสมดุลของลักษณะเชิงคุณภาพต่าง ๆ เพื่อให้งบการเงินบรรลุวัตถุประสงค์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะเชิงคุณภาพจะแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ผู้จัดทำงบการเงินจึงจำเป็นต้องใช้ดุลพินิจเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในการตัดสินใจเลือกความสมดุลดังกล่าว</p>
<p>14. การแสดงข้อมูลที่ถูกต้องตามควร โดยทั่วไป งบการเงินแสดงข้อมูลที่ถูกต้องตามควรเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของกิจการ แม้ว่าแม่บทการบัญชีนี้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับแนวคิดในการแสดงข้อมูลที่ถูกต้องตามควร แต่การนำลักษณะเชิงคุณภาพและมาตรฐานการบัญชีที่เหมาะสมมาปฏิบัติก็สามารถส่งผลให้งบการเงินแสดงข้อมูลที่ถูกต้องและยุติธรรมได้ หรืออีกนัยหนึ่งงบการเงินนั้นให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามควรนั่นเอง</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานในวิชาชีพบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:21:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[งานบัญชีของธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[งานบัญชีของรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[งานบัญชีสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาชีพบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=695</guid>
		<description><![CDATA[งานในวิชาชีพบัญชี (Careers in Accounting) งานในวิชาชีพบัญชีสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. งานบัญชีของธุรกิจ (Private Accounting) คือ งานบัญชีที่นักบัญชีที่รับทำให้แก่องค์การธุรกิจเอกชนทั่วไป โดยนักบัญชีมีฐานะเป็นพนักงานของกิจการนั้น ๆ ซึ่งตำแหน่งของนักบัญชีเหล่านี้ได้แก่ ผู้อำนวยการบัญชี สมุห์บัญชี พนักงานบัญชี เป็นต้น และลักษณะงานที่ทำได้แก่ การวางรูประบบบัญชี การบัญชีต้นทุน การพยากรณ์ทางการเงิน การตรวจสอบภายใน การบัญชีภาษีอากร การบัญชีเพื่อการบริหาร เป็นต้น 2. งานบัญชีสาธารณะ (Public Accounting) คือ งานบัญชีที่เป็นอิสระ ไม่เป็นลูกจ้างใคร ดำเนินการให้บริการทางด้านการบัญชีให้แก่ลูกค้า เช่น การสอบบัญชี บริการด้านภาษี การจัดทำบัญชี และบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานด้านบัญชี เป็นต้น ซึ่งนักบัญชีอิสระที่ทำงานแขนงนี้จะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายเสียก่อน 3. งานบัญชีของรัฐบาล (Governmental Accounting) คือ งานบัญชีที่นักบัญชีรับทำให้กับหน่วยงานรัฐบาลโดยนักบัญชีมีฐานะเป็นข้าราชการประจำของหน่วยงานราชการนั้น ลักษณะของงานที่ทำคือดูแลรับผิดชอบในการบันทึกรายการทางการบัญชีและทะเบียนต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นการบันทึกรายการทางการบัญชีในลักษณะที่มิได้มุ่งแสวงหากำไร และการบัญชีของส่วนราชการจะมีกรมบัญชีกลาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>งานในวิชาชีพบัญชี (Careers in Accounting)</strong></p>
<p>งานในวิชาชีพบัญชีสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ</p>
<p>1. งานบัญชีของธุรกิจ (Private Accounting) คือ งานบัญชีที่นักบัญชีที่รับทำให้แก่องค์การธุรกิจเอกชนทั่วไป โดยนักบัญชีมีฐานะเป็นพนักงานของกิจการนั้น ๆ ซึ่งตำแหน่งของนักบัญชีเหล่านี้ได้แก่ ผู้อำนวยการบัญชี สมุห์บัญชี พนักงานบัญชี เป็นต้น และลักษณะงานที่ทำได้แก่ การวางรูประบบบัญชี การบัญชีต้นทุน การพยากรณ์ทางการเงิน การตรวจสอบภายใน การบัญชีภาษีอากร การบัญชีเพื่อการบริหาร เป็นต้น</p>
<p>2. งานบัญชีสาธารณะ (Public Accounting) คือ งานบัญชีที่เป็นอิสระ ไม่เป็นลูกจ้างใคร ดำเนินการให้บริการทางด้านการบัญชีให้แก่ลูกค้า เช่น การสอบบัญชี บริการด้านภาษี การจัดทำบัญชี และบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานด้านบัญชี เป็นต้น ซึ่งนักบัญชีอิสระที่ทำงานแขนงนี้จะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายเสียก่อน</p>
<p>3. งานบัญชีของรัฐบาล (Governmental Accounting) คือ งานบัญชีที่นักบัญชีรับทำให้กับหน่วยงานรัฐบาลโดยนักบัญชีมีฐานะเป็นข้าราชการประจำของหน่วยงานราชการนั้น ลักษณะของงานที่ทำคือดูแลรับผิดชอบในการบันทึกรายการทางการบัญชีและทะเบียนต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นการบันทึกรายการทางการบัญชีในลักษณะที่มิได้มุ่งแสวงหากำไร และการบัญชีของส่วนราชการจะมีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เป็นผู้วางระเบียบและระบบของการบัญชีไว้ โดยหน่วยงานของรัฐบาลทุกหน่วยงานจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด</p>
<p><strong>สถาบันวิชาชีพทางการบัญชีในประเทศไทย</strong></p>
<p>ในประเทศไทยมีสถาบันที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทางการบัญชีอยู่ 2 สถาบัน ที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการจัดทำบัญชีของธุรกิจต่าง ๆ ให้เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายที่ใช้ข้อมูลทางการบัญชี คือ</p>
<p>1. สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย มีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานในการจัดทำบัญชีและมาตรฐานในการสอบบัญชี เพื่อให้นักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ</p>
<p>2. คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) มีหน้าที่ในการออกข้อบังคับ กฎเกณฑ์ และข้อกำหนด ในการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสอบบัญชีให้แก่นักบัญชีที่ต้องการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การแบ่งส่วนทางการบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:20:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การบัญชีส่วนย่อย]]></category>
		<category><![CDATA[การบัญชีส่วนรวม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=693</guid>
		<description><![CDATA[การแบ่งส่วนทางการบัญชี ในทางการบัญชีเราสามารถแบ่งระบบบัญชีออกได้เป็นสองส่วน คือ การบัญชีส่วนย่อย (Micro Accounting) และการบัญชีส่วนรวม (Macro Accounting) 1. การบัญชีส่วนย่อย (Micro Accounting) คือ ระบบบัญชีที่จัดวางไว้สำหรับการรวบรวม บันทึก วิเคราะห์และเสนอข้อมูลเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจของแต่ละหน่วยธุรกิจ ซึ่งการบัญชีส่วนย่อยนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.1. การบัญชีส่วนย่อยที่มุ่งหาผลกำไร (Profit Motive Accounting) หมายถึง ระบบบัญชีที่จัดวางขึ้นเพื่อใช้ในกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งแสวงหากำไร ไม่ว่าจะเป็นกิจการพาณิชยกรรม กิจการอุตสาหกรรม และกิจการให้บริการ 1.2. การบัญชีส่วนย่อยที่มิได้มุ่งหาผลกำไร (Non-Profit Motive Accounting) หมายถึง ระบบบัญชีที่จัดวางขึ้นเพื่อใช้ในสถาบันที่มิได้มุ่งแสวงหาผลกำไร เช่น มูลนิธิ โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น 2. การบัญชีส่วนรวม (Macro Accounting) คือ ระบบบัญชีที่จัดวางไว้สำหรับรวบรวม บันทึก วิเคราะห์ และเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจส่วนรวมของชาติ เช่น ระบบบัญชีรายได้และผลิตภัณฑ์ประชาชาติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การแบ่งส่วนทางการบัญชี</strong></p>
<p>ในทางการบัญชีเราสามารถแบ่งระบบบัญชีออกได้เป็นสองส่วน คือ การบัญชีส่วนย่อย (Micro Accounting) และการบัญชีส่วนรวม (Macro Accounting)</p>
<p>1. การบัญชีส่วนย่อย (Micro Accounting) คือ ระบบบัญชีที่จัดวางไว้สำหรับการรวบรวม บันทึก วิเคราะห์และเสนอข้อมูลเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจของแต่ละหน่วยธุรกิจ ซึ่งการบัญชีส่วนย่อยนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ</p>
<p>1.1. การบัญชีส่วนย่อยที่มุ่งหาผลกำไร (Profit Motive Accounting) หมายถึง ระบบบัญชีที่จัดวางขึ้นเพื่อใช้ในกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งแสวงหากำไร ไม่ว่าจะเป็นกิจการพาณิชยกรรม กิจการอุตสาหกรรม และกิจการให้บริการ</p>
<p>1.2. การบัญชีส่วนย่อยที่มิได้มุ่งหาผลกำไร (Non-Profit Motive Accounting) หมายถึง ระบบบัญชีที่จัดวางขึ้นเพื่อใช้ในสถาบันที่มิได้มุ่งแสวงหาผลกำไร เช่น มูลนิธิ โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย เป็นต้น</p>
<p>2. การบัญชีส่วนรวม (Macro Accounting) คือ ระบบบัญชีที่จัดวางไว้สำหรับรวบรวม บันทึก วิเคราะห์ และเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจส่วนรวมของชาติ เช่น ระบบบัญชีรายได้และผลิตภัณฑ์ประชาชาติ บัญชีงบดุลประชาชาติ ระบบบัญชีวางแผนเศรษฐกิจ ระบบเงินหมุนเวียนของชาติ และระบบบัญชีดุลการชำระหนี้ระหว่างประเทศ เป็นต้น</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:19:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=691</guid>
		<description><![CDATA[ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชี (Users of Accounting Information) 1. เจ้าของกิจการ (The Owner) หากกิจการเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว เจ้าของก็คือผู้ก่อตั้งกิจการ แต่ถ้าเป็นกิจการห้างหุ้นส่วน เจ้าของกิจการก็คือผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน และถ้าเป็นกิจการบริษัทจำกัด เจ้าของกิจการก็คือผู้ถือหุ้น ซึ่งเจ้าของกิจการเหล่านี้จะนำข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการวางนโยบายของกิจการ เช่นจะขยายกิจการ หรือจะเลิกกิจการซึ่งการตัดสินใจในเรื่องเหล่านี้จะต้องอาศัยข้อมูลทางการบัญชีของกิจการว่าที่ผ่านมากิจการมีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร และ ณ ปัจจุบันกิจการมีฐานะทางการเงินเป็นอย่างไร เป็นต้น 2. ผู้บริหาร (Manager) ในกิจการประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด เจ้าของกิจการอาจจะเป็นคนเดียวกับผู้บริหารหรือไม่ก็ได้ ซึ่งผู้บริหารนี้จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการบริหารกิจการให้ประสบผลสำเร็จตามนโยบายที่ได้รับจากเจ้าของกิจการ 3. เจ้าหนี้หรือแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ (Creditors) เจ้าหนี้จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจที่จะให้เครดิตกับกิจการ โดยจะพิจารณาจากฐานะทางการเงินของกิจการ ความสามารถในการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของกิจการ เป็นต้น 4. นักลงทุน (Investors) นักลงทุนจะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจในการที่จะเข้ามาลงทุนในกิจการ โดยผู้ลงทุนจะพิจารณาจาก ผลการดำเนินงานของกิจการ ฐานะทางการเงินของกิจการ ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ นโยบายการจ่ายเงินปันผลของกิจการ เป็นต้น 5. ลูกค้าและซัพพลายเออร์ (Customers and Suppliers) ลูกค้าและซัพพลายเออร์จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจที่จะค้าขายกับกิจการ โดยจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานของกิจการ ฐานะทางการเงินของกิจการ สภาพคล่องของกิจการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชี (Users of Accounting Information)</strong></p>
<p>1. เจ้าของกิจการ (The Owner) หากกิจการเป็นกิจการเจ้าของคนเดียว เจ้าของก็คือผู้ก่อตั้งกิจการ แต่ถ้าเป็นกิจการห้างหุ้นส่วน เจ้าของกิจการก็คือผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน และถ้าเป็นกิจการบริษัทจำกัด เจ้าของกิจการก็คือผู้ถือหุ้น ซึ่งเจ้าของกิจการเหล่านี้จะนำข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการวางนโยบายของกิจการ เช่นจะขยายกิจการ หรือจะเลิกกิจการซึ่งการตัดสินใจในเรื่องเหล่านี้จะต้องอาศัยข้อมูลทางการบัญชีของกิจการว่าที่ผ่านมากิจการมีผลการดำเนินงานเป็นอย่างไร และ ณ ปัจจุบันกิจการมีฐานะทางการเงินเป็นอย่างไร เป็นต้น</p>
<p>2. ผู้บริหาร (Manager) ในกิจการประเภทห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด เจ้าของกิจการอาจจะเป็นคนเดียวกับผู้บริหารหรือไม่ก็ได้ ซึ่งผู้บริหารนี้จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการบริหารกิจการให้ประสบผลสำเร็จตามนโยบายที่ได้รับจากเจ้าของกิจการ</p>
<p>3. เจ้าหนี้หรือแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ (Creditors) เจ้าหนี้จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจที่จะให้เครดิตกับกิจการ โดยจะพิจารณาจากฐานะทางการเงินของกิจการ ความสามารถในการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของกิจการ เป็นต้น</p>
<p>4. นักลงทุน (Investors) นักลงทุนจะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจในการที่จะเข้ามาลงทุนในกิจการ โดยผู้ลงทุนจะพิจารณาจาก ผลการดำเนินงานของกิจการ ฐานะทางการเงินของกิจการ ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ นโยบายการจ่ายเงินปันผลของกิจการ เป็นต้น</p>
<p>5. ลูกค้าและซัพพลายเออร์ (Customers and Suppliers) ลูกค้าและซัพพลายเออร์จะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจที่จะค้าขายกับกิจการ โดยจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานของกิจการ ฐานะทางการเงินของกิจการ สภาพคล่องของกิจการ เป็นต้น</p>
<p>6. พนักงานหรือลูกจ้าง (Employees) พนักงานหรือลูกจ้างจะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจในการทำงานกับกิจการ โดยจะพิจารณาจากความมั่นคงคือฐานะทางการเงินของกิจการ ผลการดำเนินงานของกิจการ เพื่อประเมินความสามารถในการจ่ายค่าจ้างค่าตอบแทน และโอกาสในการจ้างงาน</p>
<p>7. คู่แข่ง (Competitors) คู่แข่งจะใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการตัดสินใจบริหารงานของคู่แข่ง เพื่อจะให้สามารถแข่งขันกับกิจการได้</p>
<p>8. รัฐบาลและหน่วยงานราชการ (Government Agencies) หมายถึงหน่วยงานราชการที่ต้องการข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในงานต่าง ๆ ของทางราชการ เช่น กรมสรรพากรต้องการนำข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้คำนวณการจัดเก็บภาษี หรือ นำไปเป็นฐานในการคำนวณรายได้ประชาชาติ หรือจัดทำสถิติต่าง ๆ</p>
<p>9. บุคคลทั่วไป เช่น นิสิต นักศึกษา อาจารย์ ที่ต้องการนำข้อมูลทางการบัญชีของกิจการไปใช้ในการเรียนการสอน สื่อมวลชนต้องการนำไปเสนอข่าว เป็นต้น</p>
<p>จะเห็นได้ว่าผู้ที่ใช้ข้อมูลทางการบัญชีของกิจการมีด้วยกันมากมายหลายฝ่าย ซึ่งแต่ละฝ่ายก็ต้องการข้อมูลที่แตกต่างกันไป โดยเราจะแบ่งผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีได้เป็น 2 ฝ่ายใหญ่ ๆ คือ ฝ่ายผู้ใช้ภายในกิจการ (Internal Users) อันได้แก่ เจ้าของและผู้บริหารกิจการ กับฝ่ายผู้ใช้ภายนอกกิจการ (External Users) อันได้แก่ เจ้าหนี้ ผู้ลงทุน หน่วยงานรัฐบาล และอื่น ๆ ดังนั้นข้อมูลทางการบัญชีเราจึงสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนเช่นเดียวกัน คือข้อมูลทางการบัญชีที่นำเสนอแก่ผู้ใช้ภายในกิจการเราเรียกว่า การบัญชีบริหารหรือการบัญชีเพื่อการจัดการ (Managerial Accounting) กับข้อมูลทางการบัญชีที่นำเสนอแก่ผู้ใช้ภายนอกกิจการเราเรียกว่า การบัญชีการเงิน (Financial Accounting)</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัตถุประสงค์ของการจัดทำบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:17:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริหารกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยงานรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าของกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าหนี้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=689</guid>
		<description><![CDATA[วัตถุประสงค์ของการจัดทำบัญชี (The Purpose of Accounting) วัตถุประสงค์ของการจัดทำบัญชี คือ เพื่อบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของกิจการจำแนก และสรุปผลเพื่อให้ได้ข้อมูลทางการบัญชีไปใช้ในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของบุคคลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ เจ้าของกิจการ หรือบุคคลอื่น ๆ เช่น เจ้าหนี้ หน่วยงานรัฐบาล หรือบุคคลที่สนใจ ประโยชน์ของการจัดทำบัญชี (The Benefits of Accounting) 1. ทำให้เจ้าของกิจการสามารถควบคุม และดูแลรักษาสินทรัพย์ของกิจการที่มีอยู่ไม่ให้สูญหาย 2. ทำให้ผู้บริหารกิจการมีข้อมูลเพียงพอที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจบริหารกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ทำให้ผู้บริหาร และเจ้าของกิจการผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของกิจการได้อย่างถูกต้อง 4. ทำให้บุคคลภายนอกกิจการสามารถมีข้อมูลทางการบัญชีของกิจการ เพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วัตถุประสงค์ของการจัดทำบัญชี (The Purpose of Accounting)</strong></p>
<p>วัตถุประสงค์ของการจัดทำบัญชี คือ เพื่อบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของกิจการจำแนก และสรุปผลเพื่อให้ได้ข้อมูลทางการบัญชีไปใช้ในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของบุคคลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารกิจการ เจ้าของกิจการ หรือบุคคลอื่น ๆ เช่น เจ้าหนี้ หน่วยงานรัฐบาล หรือบุคคลที่สนใจ</p>
<p>ประโยชน์ของการจัดทำบัญชี (The Benefits of Accounting)</p>
<p>1. ทำให้เจ้าของกิจการสามารถควบคุม และดูแลรักษาสินทรัพย์ของกิจการที่มีอยู่ไม่ให้สูญหาย<br />
2. ทำให้ผู้บริหารกิจการมีข้อมูลเพียงพอที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจบริหารกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
3. ทำให้ผู้บริหาร และเจ้าของกิจการผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของกิจการได้อย่างถูกต้อง<br />
4. ทำให้บุคคลภายนอกกิจการสามารถมีข้อมูลทางการบัญชีของกิจการ เพื่อใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การบัญชี คืออะไร?</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 22:16:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมนักบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=687</guid>
		<description><![CDATA[การบัญชีคืออะไร? (What is Accounting?) สมาคมนักบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตในสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Certified Public Accountants – AICPA) ได้ให้ความหมายของการบัญชีไว้ว่า &#8220;การบัญชีเป็นศิลปะของการจดบันทึกรายการ หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินไว้ในรูปของเงินตรา การจัดหมวดหมู่ของรายการที่บันทึก การสรุปผลและการวิเคราะห์ความหมายของรายการที่ได้จดบันทึกไว้ โดยจัดทำในรูปของรายงานทางการเงิน&#8221; สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้ให้ความหมายของการบัญชีไว้ว่า &#8220;การบัญชี คือ ศิลปะของการเก็บรวมรวม บันทึก จำแนก และทำสรุปข้อมูลอันเกี่ยวกับเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานขั้นสุดท้ายของการบัญชีก็คือ การให้ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่บุคคลหลายฝ่าย และผู้ที่สนใจในกิจกรรมของกิจการ&#8221; จากความหมายของการบัญชีของทั้งสองสถาบัน เราสามารถสรุปได้ว่า การบัญชีก็คือ การเก็บรวบรวม การจดบันทึก การจำแนก และการสรุปผลรายการทางการเงินที่เกิดขึ้นในรูปของตัวเงิน รวมทั้งการวิเคราะห์ และแปลความหมายผลสรุปนั้นด้วย จากความหมายของการบัญชีดังกล่าว เราสามารถสรุปขั้นตอนของการบัญชีได้ ดังนี้ 1. การเก็บรวมรวม (Gathering) ข้อมูลทางการเงิน หรือที่เรียกว่ารายการค้า (Transaction) ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน 2. การจดบันทึก (Recording) รายการค้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การบัญชีคืออะไร? (What is Accounting?)</strong></p>
<p>สมาคมนักบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตในสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Certified Public Accountants – AICPA) ได้ให้ความหมายของการบัญชีไว้ว่า &#8220;การบัญชีเป็นศิลปะของการจดบันทึกรายการ หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินไว้ในรูปของเงินตรา การจัดหมวดหมู่ของรายการที่บันทึก การสรุปผลและการวิเคราะห์ความหมายของรายการที่ได้จดบันทึกไว้ โดยจัดทำในรูปของรายงานทางการเงิน&#8221;</p>
<p>สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้ให้ความหมายของการบัญชีไว้ว่า &#8220;การบัญชี คือ ศิลปะของการเก็บรวมรวม บันทึก จำแนก และทำสรุปข้อมูลอันเกี่ยวกับเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานขั้นสุดท้ายของการบัญชีก็คือ การให้ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่บุคคลหลายฝ่าย และผู้ที่สนใจในกิจกรรมของกิจการ&#8221;</p>
<p>จากความหมายของการบัญชีของทั้งสองสถาบัน เราสามารถสรุปได้ว่า การบัญชีก็คือ การเก็บรวบรวม การจดบันทึก การจำแนก และการสรุปผลรายการทางการเงินที่เกิดขึ้นในรูปของตัวเงิน รวมทั้งการวิเคราะห์ และแปลความหมายผลสรุปนั้นด้วย</p>
<p>จากความหมายของการบัญชีดังกล่าว เราสามารถสรุปขั้นตอนของการบัญชีได้ ดังนี้</p>
<p>1. การเก็บรวมรวม (Gathering) ข้อมูลทางการเงิน หรือที่เรียกว่ารายการค้า (Transaction) ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน<br />
2. การจดบันทึก (Recording) รายการค้า ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลงในสมุดบัญชีขั้นต้น<br />
3. การจำแนก (Classifying) รายการค้าที่บันทึกในสมุดบัญชีขั้นต้น ออกเป็นหมวดหมู่ในสมุดบัญชีขั้นปลาย<br />
4. การสรุปผล (Summarizing) รายการค้าที่เกิดขึ้น และจำแนกแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เพื่อทราบถึงผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของกิจการ โดยผลการสรุปจะถูกแสดงออกมาในรูปของงบการเงิน<br />
5. การวิเคราะห์และแปลความหมาย (Analysis and Interpreting) ข้อมูลทางการบัญชีที่ได้รับจากการสรุปผล ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการนำข้อมูลทางการบัญชีไปใช้ในการตัดสินใจ</p>
<p>นอกจากคำว่า &#8220;การบัญชี (Accounting)&#8221; แล้วยังมีคำอีกคำหนึ่งซึ่งมักมีการเข้าใจผิดว่าเป็นคำคำเดียวกันนั่นคือคำว่า &#8220;การทำบัญชี (Book keeping)&#8221; ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่คำเดียวกันแต่มีความใกล้เคียงกัน โดยการทำบัญชีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบัญชีเท่านั้น โดยการทำบัญชีเป็นเพียงการจดบันทึกรายการลงในสมุดบัญชี จำแนกรายการบัญชี และสรุปรายการบัญชีโดยจัดทำงบการเงินเท่านั้น ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบันทึกรายการทั้งหมดนี้เราเรียกว่า ผู้ทำบัญชี (Book keeper) แต่การบัญชีเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การออกแบบระบบบัญชี การวางรูปบัญชี การบันทึกบัญชี การรายงานทางบัญชี การวิเคราะห์ข้อมูลทางการบัญชี และการสอบบัญชี โดยผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานทั้งหมดดังกล่าวนี้ เราเรียกว่า นักบัญชี (Accountant)</p>
<p>ข้อมูลโดย : http://coursewares.mju.ac.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พสกนิกรไทยทุกภาคส่วน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 21:44:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กรมตรวจบัญชีสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=685</guid>
		<description><![CDATA[พสกนิกรไทยทุกภาคส่วน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด และบริษัท ฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 อย่างยิ่งใหญ่ ณ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทย และเพื่อให้พสกนิกรไทยร่วมกันแสดงความจงรักภักดี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด และบริษัท ฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด นำสมาชิกสหกรณ์กว่า 10,000 คน จาก 300 สหกรณ์ภาคการเกษตรไทย ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>พสกนิกรไทยทุกภาคส่วน ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552</strong></p>
<p>กรมตรวจ<a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_self">บัญชี</a>สหกรณ์ ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด และบริษัท ฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 อย่างยิ่งใหญ่ ณ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552</p>
<p>นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทย และเพื่อให้พสกนิกรไทยร่วมกันแสดงความจงรักภักดี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด และบริษัท ฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด นำสมาชิกสหกรณ์กว่า 10,000 คน จาก 300 สหกรณ์ภาคการเกษตรไทย ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีการอัญเชิญขบวนเครื่องราชสักการะเฉลิมพระเกียรติและการแสดงเทิดพระเกียรติ</p>
<p>บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น พสกนิกรไทยที่ร่วมงานต่างเปล่งเสียงร้องเพลงเพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงถึงพลังแห่งความจงรักภักดีกันอย่างกึกก้อง นำโดย นายเสนาะ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายอำนวย ทงก๊ก ประธานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด และนางศศิกร ฉันท์เศรษฐ์ ผู้บริหารสายธุรกิจโทรทัศน์บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประธานบริษัท ฟาร์มแชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารและบุคลากรสังกัดกรมตรวจ<a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/services/accounting-services.html" target="_self">บัญชี</a>สหกรณ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียงกัน</p>
<p>http://www.cad.go.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เดินหน้าพัฒนามาตรฐานบัญชี และภาวะความเสี่ยงทางการเงินของสหกรณ์โคนมไทย</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 21:40:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กรมตรวจบัญชีสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนามาตรฐานการบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานการบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์โคนม]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=682</guid>
		<description><![CDATA[เดินหน้าพัฒนามาตรฐานบัญชี และภาวะความเสี่ยงทางการเงินของสหกรณ์โคนมไทย กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จัดเสวนา &#8220;มาตรฐานบัญชีและภาวะความเสี่ยงทางการเงินของสหกรณ์โคนม&#8221; ย้ำ การพัฒนามาตรฐานการบัญชีอย่างเป็นระบบในทุกด้าน ช่วยให้สหกรณ์หลีกเลี่ยงภาวะความเสี่ยง สร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคง แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ณ โรงแรมเคพีแกรนด์ จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552โดยมี นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการเสวนา นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ทุกสหกรณ์ล้วนแต่มีโอกาสพบกับภาวะความเสี่ยงทางการเงินทั้งสิ้น การพัฒนามาตรฐานการบัญชีอย่างเป็นระบบในทุก ๆ ด้าน จะช่วยให้สหกรณ์สามารถหลีกเลี่ยงภาวะความเสี่ยงได้ รวมถึงช่วยให้สหกรณ์ยิ่งมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง แม้ต้องประสบกับสภาพเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสหกรณ์โคนมเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ 98 สหกรณ์ สมาชิกรวมทั้งสิ้น 21,933 คน ทุนดำเนินงานในปี 2551 5,168.17 ล้านบาท ปริมาณธุรกิจโดยรวม 12,791.25 ล้านบาท สร้างรายได้รวม 12,170.22 ล้านบาท สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ย 40,118.74 บาทต่อคนเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ถึง 2,394.75 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดินหน้าพัฒนามาตรฐานบัญชี และภาวะความเสี่ยงทางการเงินของสหกรณ์โคนมไทย</strong></p>
<p>กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จัดเสวนา &#8220;<a title="มาตรฐานบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/services/accounting-services.html" target="_self">มาตรฐานบัญชี</a>และภาวะความเสี่ยงทางการเงินของสหกรณ์โคนม&#8221; ย้ำ การพัฒนามาตรฐานการบัญชีอย่างเป็นระบบในทุกด้าน ช่วยให้สหกรณ์หลีกเลี่ยงภาวะความเสี่ยง สร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคง แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ณ โรงแรมเคพีแกรนด์ จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552โดยมี นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการเสวนา</p>
<p>นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ทุกสหกรณ์ล้วนแต่มีโอกาสพบกับภาวะความเสี่ยงทางการเงินทั้งสิ้น การพัฒนามาตรฐานการบัญชีอย่างเป็นระบบในทุก ๆ ด้าน จะช่วยให้สหกรณ์สามารถหลีกเลี่ยงภาวะความเสี่ยงได้ รวมถึงช่วยให้สหกรณ์ยิ่งมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง แม้ต้องประสบกับสภาพเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสหกรณ์โคนมเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ 98 สหกรณ์ สมาชิกรวมทั้งสิ้น 21,933 คน ทุนดำเนินงานในปี 2551 5,168.17 ล้านบาท ปริมาณธุรกิจโดยรวม 12,791.25 ล้านบาท สร้างรายได้รวม 12,170.22 ล้านบาท สมาชิกมีเงินออมเฉลี่ย 40,118.74 บาทต่อคนเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ถึง 2,394.75 บาทต่อคน จะเห็นได้ว่าธุรกิจของสหกรณ์โคนมนอกจากจะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังสะท้อนความเป็นอยู่ของเกษตรกรสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมด้วย</p>
<p>กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ต้องร่วมดูแล สร้างความเข้มแข็งมั่นคงแก่สหกรณ์ทุกประเภท จึงมุ่งพัฒนารูปแบบและกำหนดมาตรฐานการบัญชีรองรับธุรกิจของสหกรณ์โคนม รวมทั้งออกแบบกระบวนการธุรกิจสหกรณ์โคนมที่สอดคล้องกับกระบวนการมาตรฐานสากล (Best Practice) การเสวนาในครั้งนี้ เพื่อจะนำสหกรณ์โคนมโดยมีประธานกรรมการและผู้จัดการสหกรณ์โคนมจาก 98 แห่งทั่วประเทศ ได้รับทราบและเข้าใจเกี่ยวกับระบบการพัฒนาสหกรณ์โคนมในอนาคต และมาตรฐานการบัญชีโดยใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการวิเคราะห์ภาวะเสี่ยงภัยทางการเงินของสหกรณ์โคนม ตลอดจนเพื่อให้ผู้เข้าเสวนาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต</p>
<p>นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล กล่าวต่ออีกว่า สิ่งที่ค่อนข้างเป็นห่วงสำหรับสหกรณ์โคนมคือระดับการควบคุมภายในที่ยังคงมีจุดอ่อนอยู่ประมาณ 27% และต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือสหกรณ์โคนมที่ยังยืนอยู่ด้วยตนเองไม่ได้โดยใช้มาตรฐานบัญชี ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากประธานและผู้จัดการสหกรณ์โคนมในการทำให้ระบบมาตรฐานบัญชีเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนามาตรฐานการบัญชีสำหรับสหกรณ์โคนม อันจะนำไปสู่การนำเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินงานของสหกรณ์ ให้มีระบบระเบียบแบบแผนเป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเป็นต้นแบบในการพัฒนาสหกรณ์ในประเภทธุรกิจเดียวกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานได้จัดให้มีการศึกษาดูงานด้านระบบการจัดการและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพของสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จังหวัดสระแก้ว เพื่อนำไปปรับใช้กับสหกรณ์ที่รับผิดชอบ และการมอบเกียรติบัตรการพัฒนามาตรฐานการบัญชีด้วย<a title="เทคโนโลยีการบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_self">เทคโนโลยีการบัญชี</a>เต็มรูปแบบให้กับสหกรณ์โคนมรวม 60 แห่ง</p>
<p>http://www.cad.go.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ 7 มิติ</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 21:35:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กรมตรวจบัญชีสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมเคพี แกรนด์ จังหวัดจันทบุรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=680</guid>
		<description><![CDATA[กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ 7 มิติ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างความร่วมมือทางวิชาการ การศึกษา วิจัยพัฒนา และบริหารจัดการงานด้านเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรวบรวมเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ใน 7 มิติ โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยนายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยรองศาสตราจารย์ชูเกียรติ รักซ้อน ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ณ โรงแรมเคพี แกรนด์ จังหวัดจันทบุรี ความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าวมุ่งหวังให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยู่ดีกินดีบนพื้นฐานความสมดุล นำไปสู่ความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ใน 7 มิติ ได้แก่ 1) การสร้างมาตรฐานการบัญชีสถาบัน 2) การสร้างเครื่องมือสารสนเทศ (IT เตือนภัย) 3) การสร้างความร่วมมือผู้ตรวจสอบกิจการ 4) การสร้างภูมิปัญญาทางบัญชีสมาชิก 5) การสร้างเครือข่ายธุรกิจวิสาหกิจชุมชน 6) การสร้างความสนใจเกษตรกรรุ่นใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ 7 มิติ</strong></p>
<p>กรม<a title="ตรวจบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/services/audit-services.html" target="_self">ตรวจบัญชี</a>สหกรณ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างความร่วมมือทางวิชาการ การศึกษา วิจัยพัฒนา และบริหารจัดการงานด้านเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรวบรวมเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ใน 7 มิติ โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยนายอนันต์ ภู่สิทธิกุล อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยรองศาสตราจารย์ชูเกียรติ รักซ้อน ปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ณ โรงแรมเคพี แกรนด์ จังหวัดจันทบุรี</p>
<p>ความร่วมมือทางวิชาการดังกล่าวมุ่งหวังให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยู่ดีกินดีบนพื้นฐานความสมดุล นำไปสู่ความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ใน 7 มิติ ได้แก่</p>
<p>1) การสร้างมาตรฐาน<a title="การบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_self">การบัญชี</a>สถาบัน<br />
2) การสร้างเครื่องมือสารสนเทศ (IT เตือนภัย)<br />
3) การสร้างความร่วมมือผู้ตรวจสอบกิจการ<br />
4) การสร้างภูมิปัญญาทางบัญชีสมาชิก<br />
5) การสร้างเครือข่ายธุรกิจวิสาหกิจชุมชน<br />
6) การสร้างความสนใจเกษตรกรรุ่นใหม่<br />
7) การสร้างอาสาสมัครครูบัญชีอาสา</p>
<p>http://www.cad.go.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้างโอกาสการเข้าถึงระบบตลาดเพื่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองของสหกรณ์</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 21:26:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[กรมตรวจบัญชีสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทยหัวใจเกษตรครั้งที่ 2]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=676</guid>
		<description><![CDATA[สร้างโอกาสการเข้าถึงระบบตลาดเพื่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองของสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งสร้างโอกาสการเข้าถึงระบบตลาดสร้างเครือข่ายรายสินค้าระหว่างสหกรณ์กับสหกรณ์ (Business to Business : B to B) ในงาน &#8220;คนไทยหัวใจเกษตรครั้งที่ 2&#8243; ระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2552 ณ กันตนา มูฟวี่ทาวน์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม ธุรกิจสหกรณ์ถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคการเกษตรไทย ซึ่งถือเป็นภาคใหญ่ของสหกรณ์ด้วยสมาชิกมากที่สุดกว่า 6 ล้านคน ที่มีการจัดการใน 3 ธุรกิจหลัก สร้างมูลค่าเพิ่มถึง 105,324.17 ล้านบาท และสร้างกำไรสุทธิมูลค่า 2,623.22 ล้านบาท ในปี 2552 หากมองผ่านตัวเลขดังกล่าวผ่านกลไกการบัญชี นับได้ว่า ภาคสหกรณ์ไทยเป็นบทพิสูจน์อย่างดีในการรองรับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจในภาครัฐ ดังนั้น การพัฒนาธุรกิจของสถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สหกรณ์สามารถสร้างกำไรเพื่อช่วยเหลือสมาชิก และเข้าถึงโอกาสทางการตลาดและแหล่งทุน ภายใต้โครงการพลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกรผ่านกลไกการบัญชี ปี 2552 &#8211; 2553 ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์นั้น จะช่วยให้สถาบันเกษตรกรเข้าถึงโอกาสในการเข้าถึงระบบตลาด สร้างการแพร่กระจายการจัดการเชิงพื้นที่รายสินค้า กลุ่มธุรกิจ (Business [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สร้างโอกาสการเข้าถึงระบบตลาดเพื่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองของสหกรณ์</strong></p>
<p>กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เร่งสร้างโอกาสการเข้าถึงระบบตลาดสร้างเครือข่ายรายสินค้าระหว่างสหกรณ์กับสหกรณ์ (Business to Business : B to B) ในงาน &#8220;คนไทยหัวใจเกษตรครั้งที่ 2&#8243; ระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2552 ณ กันตนา มูฟวี่ทาวน์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม</p>
<p>ธุรกิจสหกรณ์ถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคการเกษตรไทย ซึ่งถือเป็นภาคใหญ่ของสหกรณ์ด้วยสมาชิกมากที่สุดกว่า 6 ล้านคน ที่มีการจัดการใน 3 ธุรกิจหลัก สร้างมูลค่าเพิ่มถึง 105,324.17 ล้านบาท และสร้างกำไรสุทธิมูลค่า 2,623.22 ล้านบาท ในปี 2552 หากมองผ่านตัวเลขดังกล่าวผ่านกลไก<a title="การบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">การบัญชี</a> นับได้ว่า ภาคสหกรณ์ไทยเป็นบทพิสูจน์อย่างดีในการรองรับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจในภาครัฐ ดังนั้น การพัฒนาธุรกิจของสถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สหกรณ์สามารถสร้างกำไรเพื่อช่วยเหลือสมาชิก และเข้าถึงโอกาสทางการตลาดและแหล่งทุน</p>
<p>ภายใต้โครงการพลิกฟื้นธุรกิจสถาบันเกษตรกรผ่านกลไกการบัญชี ปี 2552 &#8211; 2553 ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์นั้น จะช่วยให้สถาบันเกษตรกรเข้าถึงโอกาสในการเข้าถึงระบบตลาด สร้างการแพร่กระจายการจัดการเชิงพื้นที่รายสินค้า กลุ่มธุรกิจ (Business to Business : B to B)</p>
<p>ภายในงาน &#8220;คนไทยหัวใจเกษตร ครั้งที่ 2&#8243; ซึ่งกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ และบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยฟาร์ม แชนเนล (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากจะมีการจัดแสดง และจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ของชุมชนภายใต้การบริหารจัดการของสหกรณ์การเกษตร ได้จัดให้มีเวทีการสร้างเครือข่ายรายสินค้าระหว่างสหกรณ์กับสหกรณ์ (Business to Business : B to B) เพื่อให้สหกรณ์ได้เจรจาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสหกรณ์ทุกวัน และเป็นการเปิดตลาดทางการค้า อันจะส่งผลให้มีการพัฒนาธุรกิจของสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง เป็นอิสระและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยได้รับความสนใจจากสหกรณ์ที่ร่วมงานเป็นอย่างดี และเพื่อให้การเปิดตลาดการค้าให้กับสหกรณ์ภาคการเกษตร มีระบบที่ทันสมัยรวดเร็ว และเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของสหกรณ์ กรมตรวจ<a title="การบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_self">บัญชี</a>สหกรณ์ ยังได้พัฒนาเครื่องมือ (Tools) ที่จะช่วยให้ตลาดการค้าของธุรกิจสหกรณ์แพร่หลายสู่กลุ่มผู้ผลิตผู้บริโภค และสหกรณ์อื่นๆ ผ่านเว็บไซต์ www.coopinthailand.com ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าว ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ของสหกรณ์กว่า 1500 แห่งทั่วประเทศ โดยสามารถค้นหาข้อมูล แยกเป็นหมวดหมู่รายสินค้าและรายพื้นที่ และยังเป็นดรรชนี แหล่งวัตถุดิบทางการเกษตร และศูนย์กลางแลกเปลี่ยนทางการค้าและธุรกิจ เป็นการสนับสนุนธุรกิจสหกรณ์ไทยฐานะตัวกลาง การซื้อขายแลกเปลี่ยนและกระจายผลผลิตจากกลุ่มเกษตรไปสู่กลุ่มผู้ผลิต ผู้บริโภค และกลุ่มสหกรณ์ด้วยกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในราคาเหมาะสม อันเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการค้าแบบเสรี เพิ่มขีดการแข่งขันทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพของกลุ่มสหกรณ์ไทยในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับสหกรณ์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตองค์รวมของคนไทยตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจจะสมัครสมาชิกเว็บไซต์ดังกล่าว สามารถเข้าเยี่ยมชมและสมัครได้ที่ www.coopinthailand.comซึ่งมีโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสมัครภายในสิ้นปีนี้ เพียง 999 บาท (จากราคาปกติ 1,999 บาท) และจะได้รับสิทธิพิเศษ อาทิ พื้นที่สำหรับโฆษณาและประชาสัมพันธ์สหกรณ์บนเว็บไซต์ จำนวน 1 หน้า เป็นเวลา 1 ปี หนังสือ OPEN MARKET รายปี 1 เล่ม, เสื้อ T-Shirt OPEN MARKET 1 ตัว และกระเป๋าดีไซน์เก๋ 1 ใบ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณนาตยา คงนิยม โทร. 02-438-2033 , 081-990-8199</p>
<p>http://www.cad.go.th/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Dec 2009 02:48:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=660</guid>
		<description><![CDATA[คำชี้แจง เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด ตามที่ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2551 ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทเกี่ยวกับการบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ ถือหุ้น ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 นั้น ปรากฏว่า การบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดตามมาตรา 1175 ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ ซึ่ง ได้กำหนดให้บริษัทจำกัดทุกบริษัทต้องส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ บริษัทและต้องนำคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นนั้นลงประกาศหนังสือ พิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวนั้นก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติต่อผู้ ประกอบธุรกิจ 2 ประการดังนี้ ประการแรก การที่ให้บริษัทจำกัดต้องนำคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นลงโฆษณา หนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ ทำให้เกิดปัญหาและเป็นภาระในทางปฏิบัติ กล่าวคือ บริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นบริษัทในครอบครัว การบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นจึงมักจะทำกันอย่างง่าย ๆ โดยการส่งจดหมายแจ้ง โทรศัพท์แจ้ง หรือส่งจดหมายนัดประชุมให้ถึงตัวผู้ถือหุ้นโดยตรง ดังนั้นการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องนำคำบอกกล่าวลงโฆษณาหนังสือพิมพ์จึงเป็นการ สร้างภาระเกินความจำเป็น อีกทั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งมี อยู่กว่า 200,000 รายต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีพร้อมกัน หนังสือพิมพ์มีเนื้อที่ไม่เพียงพอรองรับการลงโฆษณาคำบอกกล่าวได้ ทำให้บริษัทเป็นจำนวนมากเกรงว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้ลงโฆษณาคำ บอกกล่าวนัดเรียกประชุมผู้ถือหุ้นจะเสียไป และอาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้ทำการยกร่างกฎหมายเพื่อปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหาแล้วโดย หลักเกณฑ์การบอกกล่าวจัดประชุมผู้ถือหุ้นตามร่างที่จะปรับปรุงแก้ไขใหม่นั้น จะยึดหลักเกณฑ์เดียวกันกับการบอกกล่าวการจ่ายเงินปันผล กล่าวคือ คำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นให้ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้น ทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัท แต่การลงโฆษณาคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นนั้นจะลงโฆษณาก็แต่เฉพาะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำชี้แจง<br />
เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด</strong></p>
<p>ตามที่ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2551 ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทเกี่ยวกับการบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ ถือหุ้น ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 นั้น</p>
<p>ปรากฏว่า การบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดตามมาตรา 1175 ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ ซึ่ง ได้กำหนดให้บริษัทจำกัดทุกบริษัทต้องส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนของ บริษัทและต้องนำคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นนั้นลงประกาศหนังสือ พิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวนั้นก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติต่อผู้ ประกอบธุรกิจ 2 ประการดังนี้</p>
<p>ประการแรก การที่ให้บริษัทจำกัดต้องนำคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นลงโฆษณา หนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ ทำให้เกิดปัญหาและเป็นภาระในทางปฏิบัติ กล่าวคือ บริษัทในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นบริษัทในครอบครัว การบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นจึงมักจะทำกันอย่างง่าย ๆ โดยการส่งจดหมายแจ้ง โทรศัพท์แจ้ง หรือส่งจดหมายนัดประชุมให้ถึงตัวผู้ถือหุ้นโดยตรง ดังนั้นการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องนำคำบอกกล่าวลงโฆษณาหนังสือพิมพ์จึงเป็นการ สร้างภาระเกินความจำเป็น อีกทั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งมี อยู่กว่า 200,000 รายต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีพร้อมกัน หนังสือพิมพ์มีเนื้อที่ไม่เพียงพอรองรับการลงโฆษณาคำบอกกล่าวได้ ทำให้บริษัทเป็นจำนวนมากเกรงว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้ลงโฆษณาคำ บอกกล่าวนัดเรียกประชุมผู้ถือหุ้นจะเสียไป และอาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้ทำการยกร่างกฎหมายเพื่อปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่เป็นปัญหาแล้วโดย หลักเกณฑ์การบอกกล่าวจัดประชุมผู้ถือหุ้นตามร่างที่จะปรับปรุงแก้ไขใหม่นั้น จะยึดหลักเกณฑ์เดียวกันกับการบอกกล่าวการจ่ายเงินปันผล กล่าวคือ คำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นให้ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้น ทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัท แต่การลงโฆษณาคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นนั้นจะลงโฆษณาก็แต่เฉพาะ กรณีที่บริษัทจำกัดใดมีการออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือเท่านั้น กรณีที่ออกใบหุ้นชนิดระบุผู้ถือหุ้นทั้งหมดไม่ต้องนำคำบอกกล่าวเรียกนัด ประชุมผู้ถือหุ้นนั้นลงโฆษณาหนังสือพิมพ์อีกต่อไป ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ เกี่ยวข้องแล้ว คาดว่าจะนำเสนอกระทรวงพิจาณาได้ภายในต้นเดือนกรกฎาคม ศกนี้</p>
<p>ประการที่สอง เรื่องเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุม ซึ่งมีปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไรจึงจะถือว่าได้ส่งคำบอกกล่าวเรียกนัด ประชุมให้กับผู้ถือหุ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เนื่องจากเรื่องการส่งคำบอกกล่าวประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทได้กำหนดไว้ 2 แห่งคือ มาตรา 1175 (ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เฉพาะเกี่ยวกับการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัด ประชุมผู้ถือหุ้น) และมาตรา 1244 (ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับการส่งคำบอกที่บริษัทต้องส่งให้แก่ผู้ถือ หุ้น) เรื่องนี้เพื่อให้มีความชัดเจน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงขอเรียนชี้แจงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคำ บอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นที่ถูกต้องดังนี้ การส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นอาจทำได้ 2 วิธี กล่าวคือ ส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียน บริษัท หรือส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นให้ถึงตัวผู้ถือหุ้นที่มีชื่อใน ทะเบียนโดยตรง แต่ในกรณีหลังหากผู้ถือหุ้นนั้นไม่ยอมรับ บริษัทก็จะต้องดำเนินการส่งคำบอกกล่าวเรียกนัดประชุมผู้ถือหุ้นใหม่โดยส่ง จดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ</p>
<p>จึงขอเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน</p>
<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า<br />
3 กรกฎาคม 2552</p>
<p>http://www.dbd.go.th/mainsite/index.php?id=21993</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Dec 2009 02:44:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทมหาชนจำกัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=657</guid>
		<description><![CDATA[คำชี้แจง เรื่อง การชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน ด้วยมีผู้สอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่เสมอว่าในกรณีบริษัทจำกัดหรือ บริษัทมหาชนจำกัดเพิ่มทุนบริษัทจะสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วย ทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงินได้หรือไม่ รวมทั้งมีผู้เข้าใจว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มิได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าบริษัทมหาชนสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเป็น ทรัพย์สินอย่างอื่นได้และเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายในเรื่องดังกล่าวให้มี ความชัดเจนนั้น เพื่อให้มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอเรียนชี้แจง ดังนี้ 1. กรณีบริษัทจำกัดสามารถออกหุ้นเพิ่มทุนโดยรับชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่น นอกจากตัวเงินได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยมติ พิเศษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1221 2. สำหรับกรณีการเพิ่มทุนของบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งมีผู้เข้าใจว่าบทบัญญัติของ กฎหมายมิได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าบริษัทมหาชนสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วย ทรัพย์สินอย่างอื่นได้นั้น ขอเรียนว่าอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากตามมาตรา 35 (5) ซึ่งกำหนดในเรื่องการประชุมจัดตั้งบริษัทว่าบริษัทสามารถวางกำหนดหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิที่สามารถชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินได้ นั้น กฎหมายกำหนดให้นำมาใช้บังคับกับการออกหุ้นเพิ่มทุนด้วยโดยอนุโลมซึ่งจะเห็น ได้จากความในวรรคท้ายของมาตรา 136 ซึ่งกำหนดให้นำหมวด 3 และหมวด 5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และตามหมวด 5 ในมาตรา 54 ซึ่งกำหนดในเรื่องการชำระค่าหุ้นนั้นอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 35 (5) นอกจากนั้นในมาตรา 137 ตอนท้ายยังได้กำหนดให้นำมาตรา 38 ซึ่งกำหนดในเรื่องผลของการไม่ชำระค่าหุ้นเมื่อคณะกรรมการเรียกให้ชำระค่า หุ้นหรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่บริษัทตามมาตรา 37 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คำชี้แจง<br />
เรื่อง การชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงิน</strong></p>
<p>ด้วยมีผู้สอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่เสมอว่าในกรณีบริษัทจำกัดหรือ บริษัทมหาชนจำกัดเพิ่มทุนบริษัทจะสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วย ทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากตัวเงินได้หรือไม่ รวมทั้งมีผู้เข้าใจว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มิได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าบริษัทมหาชนสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเป็น ทรัพย์สินอย่างอื่นได้และเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายในเรื่องดังกล่าวให้มี ความชัดเจนนั้น</p>
<p>เพื่อให้มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอเรียนชี้แจง ดังนี้<br />
1. กรณีบริษัทจำกัดสามารถออกหุ้นเพิ่มทุนโดยรับชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่น นอกจากตัวเงินได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยมติ พิเศษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1221</p>
<p>2. สำหรับกรณีการเพิ่มทุนของบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งมีผู้เข้าใจว่าบทบัญญัติของ กฎหมายมิได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าบริษัทมหาชนสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วย ทรัพย์สินอย่างอื่นได้นั้น ขอเรียนว่าอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากตามมาตรา 35 (5) ซึ่งกำหนดในเรื่องการประชุมจัดตั้งบริษัทว่าบริษัทสามารถวางกำหนดหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิที่สามารถชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินได้ นั้น กฎหมายกำหนดให้นำมาใช้บังคับกับการออกหุ้นเพิ่มทุนด้วยโดยอนุโลมซึ่งจะเห็น ได้จากความในวรรคท้ายของมาตรา 136 ซึ่งกำหนดให้นำหมวด 3 และหมวด 5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และตามหมวด 5 ในมาตรา 54 ซึ่งกำหนดในเรื่องการชำระค่าหุ้นนั้นอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 35 (5) นอกจากนั้นในมาตรา 137 ตอนท้ายยังได้กำหนดให้นำมาตรา 38 ซึ่งกำหนดในเรื่องผลของการไม่ชำระค่าหุ้นเมื่อคณะกรรมการเรียกให้ชำระค่า หุ้นหรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่บริษัทตามมาตรา 37 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย ดังนั้น จากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวข้างต้นจึงมีความชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่า บริษัทมหาชนจำกัดสามารถรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัว เงินได้ด้วย</p>
<p>จึงขอเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน</p>
<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า<br />
23 กรกฎาคม 2552</p>
<p>http://www.dbd.go.th/mainsite/index.php?id=22033</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ประกอบการค้าที่ตลาดโรงเกลือ ( ชายแดนไทย – กัมพูชา ) ยื่นแบบเสียภาษี ณ สถานที่ทำการค้าได้แล้ว</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Nov 2009 03:23:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมสรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดโรงเกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นแบบเสียภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=655</guid>
		<description><![CDATA[ผู้ประกอบการค้าที่ตลาดโรงเกลือ ( ชายแดนไทย – กัมพูชา ) ยื่นแบบเสียภาษี ณ สถานที่ทำการค้าได้แล้ว ข้อมูลเพิ่มเติม : http://download.rd.go.th/fileadmin/images/image_news/news5_2553.pdf]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้ประกอบการค้าที่ตลาดโรงเกลือ ( ชายแดนไทย – กัมพูชา ) ยื่นแบบเสียภาษี ณ สถานที่ทำการค้าได้แล้ว</strong></p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม : http://download.rd.go.th/fileadmin/images/image_news/news5_2553.pdf</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Nov 2009 03:18:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=651</guid>
		<description><![CDATA[สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 เป็นกฎหมายใหม่ที่ประกาศใช้ทดแทนพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 มีทั้งหมด 78 มาตรา จัดแบ่งเป็น 9 หมวดและบทเฉพาะกาล สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1. คำนิยามของ “วิชาชีพบัญชี” “วิชาชีพบัญชี” หมายถึง วิชาชีพในด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชี ด้านการบัญชีบริหาร ด้านการวางระบบบัญชี ด้านการบัญชีภาษีอากร ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี ทั้งนี้ ในภายหน้าหากเห็นว่ามีบริการเกี่ยวกับการบัญชีด้านใดที่มีความสำคัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อาจออกกฎกระทรวงกำหนดบริการเกี่ยวกับการบัญชี ด้านนั้นเพิ่มเติมขึ้นในคำนิยามวิชาชีพบัญชีก็ได้ เช่น การตรวจสอบภายใน เป็นต้น 2. สภาวิชาชีพบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชีและมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ส่งเสริมการศึกษา การอบรม และการวิจัยเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี (2) ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก จัดสวัสดิการและการสงเคราะห์ระหว่างสมาชิก (3) กำหนดมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี (4) กำหนดจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (5) รับขึ้นทะเบียนการประกอบวิชาชีพบัญชี ออกใบอนุญาต พักใช้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547</strong></p>
<p>พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 เป็นกฎหมายใหม่ที่ประกาศใช้ทดแทนพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 มีทั้งหมด 78 มาตรา จัดแบ่งเป็น 9 หมวดและบทเฉพาะกาล สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้</p>
<p>1. คำนิยามของ “วิชาชีพบัญชี”</p>
<p>“วิชาชีพบัญชี” หมายถึง วิชาชีพในด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชี ด้านการบัญชีบริหาร ด้านการวางระบบบัญชี ด้านการบัญชีภาษีอากร ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี ทั้งนี้ ในภายหน้าหากเห็นว่ามีบริการเกี่ยวกับการบัญชีด้านใดที่มีความสำคัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อาจออกกฎกระทรวงกำหนดบริการเกี่ยวกับการบัญชี ด้านนั้นเพิ่มเติมขึ้นในคำนิยามวิชาชีพบัญชีก็ได้ เช่น การตรวจสอบภายใน เป็นต้น</p>
<p>2. สภาวิชาชีพบัญชี</p>
<p>สภาวิชาชีพบัญชีมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชีและมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้<br />
(1) ส่งเสริมการศึกษา การอบรม และการวิจัยเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี<br />
(2) ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก จัดสวัสดิการและการสงเคราะห์ระหว่างสมาชิก<br />
(3) กำหนดมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี<br />
(4) กำหนดจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี<br />
(5) รับขึ้นทะเบียนการประกอบวิชาชีพบัญชี ออกใบอนุญาต พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี<br />
(6) รับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่างๆเพื่อประโยชน์ในการรับสมัครเป็นสมาชิก<br />
(7) รับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพบัญชี<br />
(8) รับรองหลักสูตรการฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการและการศึกษาต่อเนื่องในด้านต่างๆของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี<br />
(9) ควบคุมความประพฤติและการดำเนินงานของสมาชิกและผู้ขึ้นทะเบียนอันเกี่ยว กับการประกอบวิชาชีพบัญชีให้ถูกต้องตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพบัญชี<br />
(10) ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้บริการวิชาการแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี<br />
(11) ออกข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี<br />
(12) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี<br />
(13) ให้คำปรึกษาและเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายและปัญหาของวิชาชีพบัญชี<br />
(14) ดำเนินการอื่นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพ บัญชีตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547</p>
<p>3. โครงสร้างองค์กรตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547</p>
<p>พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กำหนดให้มีคณะกรรมการต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแล การพัฒนาความรู้ ส่งเสริมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพบัญชีให้มีคุณภาพ และควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งคณะกรรมการต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี คณะกรรมการจรรยาบรรณ คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีแต่ละด้าน และคณะกรรมการอื่นๆ ซึ่งมีโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการแต่ละชุด ดังนี้<br />
<img class="aligncenter size-large wp-image-652" title="สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547" src="http://www.wt-accountancy.com/wp-uploads/2009/11/act_account_2547-439x400.jpg" alt="สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547" width="439" height="400" /><br />
4. สมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี</p>
<p>แบ่ง 4 ประเภท ดังนี้<br />
- สมาชิกสามัญ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี และสำเร็จการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางการบัญชี หรือสาขาอื่นตามที่สภาวิชาชีพกำหนด<br />
- สมาชิกวิสามัญ<br />
(1) กรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทย ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี และสำเร็จการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางบริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีพิจารณาเห็นว่ามีความเกี่ยวข้อง กับการประกอบวิชาชีพบัญชี<br />
(2) กรณีเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย ต้องเป็นบุคคลซึ่งมีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยประกอบ อาชีพสอบบัญชีในประเทศนั้นได้ อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี และสำเร็จการศึกษาในระดับไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี<br />
- สมาชิกสมทบ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และสำเร็จการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี แต่ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชี<br />
- สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเชิญเป็นสมาชิกตามมติของคณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี<br />
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสามัญมีดังต่อไปนี้<br />
(1) แสดงความคิดเห็นในการประชุมใหญ่<br />
(2) ออกเสียงลงคะแนนในการประชุมใหญ่<br />
(3) เลือกตั้ง รับเลือกตั้ง หรือรับแต่งตั้ง เป็นกรรมการหรือดำรงตำแหน่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการของสภาวิชาชีพบัญชี<br />
(4) สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนเข้าชื่อเสนอร่างข้อบังคับต่อสภาวิชาชีพบัญชีได้<br />
(5) สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนเข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอให้นายกสภาวิชาชีพบัญชีเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้<br />
(6) ชำระค่าบำรุงสมาชิกหรือค่าธรรมเนียม<br />
(7) ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพบัญชีและปฏิบัติตนตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547<br />
(8) สิทธิและหน้าที่อื่นตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด<br />
สมาชิกวิสามัญ สมาชิกสมทบ และสมาชิกกิตติมศักดิ์ มีสิทธิและหน้าที่ตาม (1) (6) (7) และ (8)</p>
<p>5. มาตรฐานการบัญชี</p>
<p>คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีแต่งตั้งจากผู้มี ความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับการบัญชี มีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ไม่เกิน 11 คน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 6 หน่วยงานทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการบัญชี<br />
แนวทางในการกำหนดมาตรฐานการบัญชีของคณะกรรมการฯมีดังนี้<br />
(1) มาตรฐานการบัญชีต้องจัดทำเป็นภาษาไทย<br />
(2) มาตรฐานการบัญชีที่คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีกำหนดและปรับปรุง จะใช้บังคับได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบ วิชาชีพบัญชี และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว<br />
(3) หากคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี ได้รับแจ้งจากผู้ทำบัญชี ผู้มีหน้าที่ จัดทำบัญชี ผู้ใช้ข้อมูลทางการเงิน หรือหน่วยงานอื่นใด ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศหรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบ กิจการ คณะกรรมการฯต้องดำเนินการตรวจสอบและรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และกำหนด ปรับปรุง หรือพัฒนามาตรฐานการบัญชีโดยเร็วที่สุด 6. วิชาชีพบัญชีควบคุม</p>
<p>ในเบื้องต้นพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 กำหนดให้มีการควบคุมการประกอบวิชาชีพบัญชี 2 ด้านก่อน คือ ด้านการสอบบัญชีและด้านการทำบัญชี แต่ในภายหน้าหากมีความจำเป็นอาจมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบ วิชาชีพด้านนั้นๆ ต้องมีการควบคุมเพิ่มขึ้นได้</p>
<p>(1) วิชาชีพด้านการสอบบัญชี<br />
ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพสอบบัญชีจะต้องเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพบัญชีและ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดและต้องได้รับใบ อนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ใบอนุญาตผู้สอบบัญชีไม่มีอายุแต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นรายปี ปีละ 1,000 บาท ทั้งนี้ใบอนุญาตผู้สอบบัญชีอาจสิ้นผลได้ในหลายกรณี เช่น ขาดจากสมาชิกสภาฯ ขาดคุณสมบัติ ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ไม่ชำระค่าธรรมเนียม ไม่เข้ารับการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่สภาฯกำหนด เป็นต้น<br />
(2) วิชาชีพด้านการทำบัญชี<br />
ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพเป็นผู้ทำบัญชีจะต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีหรือ ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนจึงจะสามารถประกอบ วิชาชีพได้ และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีปีละ 500 หรือ 300 บาท แล้วแต่คุณวุฒิการศึกษาเช่นเดียวกับการเป็นสมาชิก สำหรับผู้ทำบัญชีที่ไม่มีคุณวุฒิด้านบัญชีโดยตรงแต่เป็นผู้ทำบัญชีตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ที่แจ้งการทำบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะสามารถทำบัญชีให้แก่ธุรกิจได้จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2551 ก็ต้องไปขอขึ้นทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี และกรณีผู้ทำบัญชีกลุ่มนี้มีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกวิสามัญได้ก็สามารถ เลือกการเป็นสมาชิกแทนการขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีก็ได้ แต่หากไม่ศึกษาต่อเพื่อให้มีคุณวุฒิทางบัญชีโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวิสามัญหรือขึ้นทะเบียนก็จะทำบัญชีได้จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2551 เท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามทั้งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 โดยเมื่อจะเริ่มทำบัญชีต้องไปเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี ก่อน แล้วภายใน 60 วันนับแต่วันเริ่มทำบัญชีต้องไปแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการทำบัญชีที่กรมพัฒนา ธุรกิจการค้าซึ่งจะได้รับหมายเลขรหัสผู้ทำบัญชีต่อไป</p>
<p>7. จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี</p>
<p>7.1 ข้อกำหนดในเรื่องจรรยาบรรณ<br />
(1) ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีหรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชีมี หน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี หรือมาตรฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้<br />
(2) สภาวิชาชีพบัญชี เป็นผู้จัดทำจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีขึ้นเป็นภาษาไทย และอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อกำหนดในเรื่อง<br />
• ความโปร่งใส ความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต<br />
• ความรู้ความสามารถและมาตรฐานในการปฏิบัติงาน<br />
• ความรับผิดชอบต่อผู้รับบริการและการรักษาความลับ<br />
• ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีปฏิบัติหน้าที่ให้<br />
(3) การกระทำดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณ<br />
• ไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี<br />
• ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนตามมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี หรือมาตรฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้<br />
• ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรายงานผลการสอบบัญชีโดยระบุข้อความใดอันแสดงว่าตนไม่ รับผิดชอบในผลการตรวจสอบ หรือแสดงความไม่ชัดเจนในผลการตรวจสอบเพราะเหตุที่ตนมิได้ปฏิบัติหน้าที่โดย ครบถ้วนที่พึงคาดหวังได้หรือโดยครบถ้วนตามมาตรฐานการสอบบัญชี<br />
7.2 โทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณ ได้กำหนดตามลำดับชั้นจากโทษเบาถึงโทษหนัก ดังต่อไปนี้<br />
(1) ตักเตือนเป็นหนังสือ<br />
(2) ภาคทัณฑ์<br />
(3) พักใช้ใบอนุญาต พักการขึ้นทะเบียน หรือห้ามการประกอบวิชาชีพบัญชีด้านที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณโดยมีกำหนดเวลาแต่ไม่เกิน 3 ปี<br />
(4) เพิกถอนใบอนุญาต เพิกถอนการขึ้นทะเบียนหรือสั่งให้พ้นจากการเป็นสมาชิก<br />
7.3 การพิจารณาและการลงโทษ เมื่อมีผู้กล่าวหาหรือปรากฏต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณว่า ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีหรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชีประพฤติ ผิดจรรยาบรรณ คณะกรรมการจรรยาบรรณจะดำเนินการสอบสวนพิจารณาโดยเร็ว หากผลการสอบสวนปรากฏว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณคณะกรรมการจรรยาบรรณ จะมีคำสั่งลงโทษตามข้อ 7.2 ทั้งนี้การออกคำสั่งลงโทษหรือออกคำสั่งยกคำกล่าวหาต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้กล่าวหาทราบเป็นหนังสือโดยเร็วด้วย<br />
7.4 ผู้กล่าวหาหรือผู้ซึ่งถูกคณะกรรมการจรรยาบรรณสั่งลงโทษมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ต่อคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีผ่านทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีกำหนด และการอุทธรณ์คำสั่งไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งลงโทษ เว้นแต่คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีจะสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีให้ถือเป็น ที่สุด</p>
<p>8. การกำกับดูแลโดยภาครัฐ</p>
<p>ถึงแม้ว่าพระราชบัญญัติจะกำหนดให้มีสภาวิชาชีพบัญชีเป็นศูนย์รวมในการกำกับ ดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีแล้ว แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีภาครัฐเข้าไปกำกับดูแลองค์กรวิชาชีพอีกชั้น หนึ่งเพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชีทำหน้าที่กำกับด้านนโยบาย จำนวน 14 คน ประกอบด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านบัญชีและกฎหมาย ทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานของสภาวิชาชีพบัญชีเฉพาะเรื่องที่สำคัญและมีผล กระทบต่อสาธารณชน โดยเรื่องที่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพ บัญชี คือ<br />
(1) ให้ความเห็นชอบข้อบังคับเกี่ยวกับ ค่าธรรมเนียม/ค่าบำรุงสมาชิก,หลักเกณฑ์การฝึกอบรม,คุณสมบัติและลักษณะต้อง ห้ามของนายกสภาฯ กรรมการสภาฯเป็นต้น<br />
(2) พิจารณาคำขออุทธรณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณสั่งลงโทษ<br />
(3) พิจารณาคำขออุทธรณ์กรณีสภาวิชาชีพบัญชีไม่ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขอ<br />
(4) ให้ความเห็นชอบมาตรฐานการบัญชีที่เสนอโดยสภาวิชาชีพบัญชี</p>
<p>9. นิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้บริการด้านวิชาชีพควบคุม</p>
<p>นิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการด้านการสอบบัญชีหรือด้านการทำบัญชีต้องดำเนินการดังต่อไปนี้<br />
(1) นิติบุคคลต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชีตามเงื่อนไข ดังนี้<br />
• นิติบุคคลที่ให้บริการการสอบบัญชี หรือการทำบัญชีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ใช้บังคับ ให้ยื่นจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คือ ภายในวันที่ 22 ตุลาคม 2548 แต่หากให้บริการภายหลังจากวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยื่นขอจด ทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชีภายใน 30 วัน หลังจากการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ แล้วเสร็จ โดยสภาวิชาชีพบัญชีได้กำหนดค่าจดทะเบียนนิติบุคคลไว้รายละ 2,000 บาท และต้องยื่นขอต่ออายุทุก 3 ปี นับจากวันจดทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี โดยดำเนินการต่ออายุภายใน 3 เดือนก่อนใบทะเบียนหมดอายุ<br />
• นิติบุคคลนั้นต้องจัดให้มีหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สามตามประเภท จำนวน หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง<br />
• ในกรณีนิติบุคคลนั้นประกอบกิจการให้บริการสอบบัญชี บุคคลซึ่งมีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลในการให้บริการสอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบ บัญชีรับอนุญาต<br />
ทั้งนี้ ในกรณีที่นิติบุคคลนั้นให้บริการการสอบบัญชีหรือการทำบัญชีอยู่ก่อนวันที่ 23 ตุลาคม 2547 ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ นอกจากกำหนดให้จดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชีแล้ว<br />
- นิติบุคคลนั้นต้องจัดให้มีหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม ให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินกว่าสามปี<br />
- กรณีที่เป็นนิติบุคคลที่ให้บริการสอบบัญชี ก็ต้องดำเนินการให้บุคคลซึ่งมีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลในการให้บริการสอบ บัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีภายในสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ นั้น ก็คือภายในวันที่ 22 ตุลาคม 2550 นั่นเอง<br />
(2) ในกรณีผู้สอบบัญชีต้องรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม นิติบุคคลซึ่งผู้สอบบัญชีนั้นสังกัดอยู่ ต้องร่วมรับผิดด้วยอย่างลูกหนี้ร่วม และหากยังไม่สามารถชำระค่าเสียหายได้ครบจำนวนให้หุ้นส่วนหรือกรรมการผู้มี อำนาจผูกพันนิติบุคคลนั้น ต้องร่วมรับผิดจนครบจำนวนเว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนรู้เห็นหรือ ยินยอมในการกระทำผิดที่ต้องรับผิด</p>
<p>10. บทกำหนดโทษ</p>
<p>บทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 นี้ มีทั้งโทษฐานประพฤติผิดจรรยาบรรณตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 7 และโทษทางอาญาซึ่งมีทั้งโทษปรับและจำคุก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมสรรพากรจัดสัมมนาเรื่อง &#8220;ลด แลก แจก แถมอย่างไร ได้ทั้งใจ&#8230;ได้ทั้งภาษี&#8221;</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Nov 2009 03:15:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมสรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพากรจัดสัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สอบบัญชีภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=649</guid>
		<description><![CDATA[กรมสรรพากรจัดสัมมนาเรื่อง &#8220;ลด แลก แจก แถมอย่างไร ได้ทั้งใจ&#8230;ได้ทั้งภาษี&#8221; สถานที่จัดสัมมนา : ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร (ซอยพหลโยธิน 7) เหมาะสำหรับ : บริษัท,ห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลและสำนักงานบัญชี และผู้สนใจทั่วไป สำหรับท่านที่สนใจประสงค์จะเข้ารับฟังการสัมมนาโปรดสำรองที่นั่งได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/seminar/page1.html ช่องทางเดียวเท่านั้น เปิดให้สำรองที่นั่งตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป (เนื่องจากมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก โปรดรีบลงทะเบียนตามวัน เวลา และช่องทางที่กำหนด) ไม่มีที่นั่งเสริมให้แก่ผู้ที่ไม่ได้ทำการสำรองที่นั่ง หรือสำรองที่นั่งไม่ทัน การสัมมนานี้ กรมสรรพากรจัดให้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และ ไม่สามารถนับเป็นชั่วโมงการอบรมของผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ http://download.rd.go.th/fileadmin/download/SeminarTAXFree-261152.pdf]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมสรรพากรจัดสัมมนาเรื่อง &#8220;ลด แลก แจก แถมอย่างไร ได้ทั้งใจ&#8230;ได้ทั้งภาษี&#8221;</strong></p>
<p>สถานที่จัดสัมมนา : ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร (ซอยพหลโยธิน 7)<br />
เหมาะสำหรับ : บริษัท,ห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลและสำนักงานบัญชี และผู้สนใจทั่วไป</p>
<p>สำหรับท่านที่สนใจประสงค์จะเข้ารับฟังการสัมมนาโปรดสำรองที่นั่งได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/seminar/page1.html ช่องทางเดียวเท่านั้น</p>
<p>เปิดให้สำรองที่นั่งตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป (เนื่องจากมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก โปรดรีบลงทะเบียนตามวัน เวลา และช่องทางที่กำหนด) ไม่มีที่นั่งเสริมให้แก่ผู้ที่ไม่ได้ทำการสำรองที่นั่ง หรือสำรองที่นั่งไม่ทัน การสัมมนานี้ กรมสรรพากรจัดให้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และ ไม่สามารถนับเป็นชั่วโมงการอบรมของผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้</p>
<p>http://download.rd.go.th/fileadmin/download/SeminarTAXFree-261152.pdf</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำบัญชีทั่วไปโดยใช้โปรแกรม MyGL สำหรับธุรกิจขนาดย่อม รุ่นที่ 12</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Nov 2009 05:57:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการอบรมบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[การทำบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิทยาการจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนาดย่อม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป MyGL]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=647</guid>
		<description><![CDATA[อบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำบัญชีทั่วไป โดยใช้โปรแกรม MyGL สำหรับธุรกิจขนาดย่อม รุ่นที่ 12 วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 09.00-17.00 น. ณ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยคณะอนุกรรมการด้านการทำบัญชี ได้พัฒนาโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป MyGL และนำออกเผยแพร่ผ่าน Website ของสภาวิชาชีพบัญชีฯ เพื่อให้สมาชิก Download ไปใช้งานได้ฟรีนั้น ปรากฏว่ามีผู้สนใจใช้งานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อแนะนำท่านให้รู้จักการทำงานของโปรแกรมสำเร็จรูป MyGL และเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะหรือประเภทของธุรกิจของท่าน สภาวิชาชีพบัญชีฯ จึงจัดการอบรมให้กับทั้งสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีฯ และบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะผู้ประกอบการ ธุรกิจขนาดย่อม ที่สนใจนำโปรแกรม MyGL นี้ ไปใช้งานในการจัดทำบัญชีของกิจการให้เป็นระบบได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งท่านสามารถเรียนรู้ และสอบถามปัญหาในการใช้งานจากผู้เชี่ยวชาญและทีมงาน ได้อย่างใกล้ชิด คลิกดูรายละเอียด : http://www.fap.or.th/fap/sites/default/files/MyGL-2_521029.pdf]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อบรมเชิงปฏิบัติการ <a title="การจัดทำบัญชีทั่วไป" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_self">การจัดทำบัญชีทั่วไป</a> โดยใช้โปรแกรม MyGL สำหรับธุรกิจขนาดย่อม รุ่นที่ 12</strong></p>
<p>วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 09.00-17.00 น. ณ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา</p>
<p>สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยคณะอนุกรรมการด้านการทำ<a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_self">บัญชี</a> ได้พัฒนาโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป MyGL และนำออกเผยแพร่ผ่าน Website ของสภาวิชาชีพบัญชีฯ เพื่อให้สมาชิก Download ไปใช้งานได้ฟรีนั้น ปรากฏว่ามีผู้สนใจใช้งานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อแนะนำท่านให้รู้จักการทำงานของโปรแกรมสำเร็จรูป MyGL และเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะหรือประเภทของธุรกิจของท่าน สภาวิชาชีพบัญชีฯ จึงจัดการอบรมให้กับทั้งสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีฯ และบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะผู้ประกอบการ ธุรกิจขนาดย่อม ที่สนใจนำโปรแกรม MyGL นี้ ไปใช้งานในการจัดทำบัญชีของกิจการให้เป็นระบบได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งท่านสามารถเรียนรู้ และสอบถามปัญหาในการใช้งานจากผู้เชี่ยวชาญและทีมงาน ได้อย่างใกล้ชิด</p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><strong><span style="font-size: small;"><span style="color: red;"><span lang="TH">คลิกดูรายละเอียด : </span></span></span></strong></span>http://www.fap.or.th/fap/sites/default/files/MyGL-2_521029.pdf</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อธิบดีกรมบัญชีกลาง มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์กรมบัญชีกลาง</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Nov 2009 16:29:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตราสัญลักษณ์กรมบัญชีกลาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=604</guid>
		<description><![CDATA[อธิบดีกรมบัญชีกลาง มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์กรมบัญชีกลาง นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง มอบประกาศนียบัตร และเงินรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์กรมบัญชีกลาง ซึ่งผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายธนาชัย ครุมนต์ตรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายอาวิน อินทรังษี และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายวีระศักดิ์ พุทธรักษา โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกรมร่วมเป็นสักขีพยาน และแสดงความยินดีกับผู้ชนะ การประกวดทั้ง 3 ท่าน ณ ห้องประชุม 303 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 โดย: กรมบัญชีกลาง http://www.cgd.go.th]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อธิบดีกรมบัญชีกลาง มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์กรมบัญชีกลาง</strong></p>
<p>นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง มอบประกาศนียบัตร และเงินรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์กรมบัญชีกลาง ซึ่งผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายธนาชัย ครุมนต์ตรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายอาวิน อินทรังษี และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายวีระศักดิ์ พุทธรักษา โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกรมร่วมเป็นสักขีพยาน และแสดงความยินดีกับผู้ชนะ การประกวดทั้ง 3 ท่าน ณ ห้องประชุม 303 วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552</p>
<p>โดย: กรมบัญชีกลาง</p>
<p>http://www.cgd.go.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Nov 2009 16:28:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้นอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[อธิบดีกรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=602</guid>
		<description><![CDATA[การสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ความร่วมมือและความท้าทายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน” โดยมีนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกรม เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10.15 น. ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ และเวลา 13.15 น. อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเปิดการสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ (ในส่วนของกรมบัญชีกลาง) ให้กับคลังเขตและคลังจังหวัดทั่วประเทศ โดย: กรมบัญชีกลาง http://www.cgd.go.th]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ</strong></p>
<p>นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ความร่วมมือและความท้าทายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน” โดยมีนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกรม เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10.15 น. ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ และเวลา 13.15 น. อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเปิดการสัมมนาโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ (ในส่วนของกรมบัญชีกลาง) ให้กับคลังเขตและคลังจังหวัดทั่วประเทศ</p>
<p>โดย: กรมบัญชีกลาง</p>
<p>http://www.cgd.go.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%9b.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การประชุมมาตรการควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Nov 2009 16:25:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ารักษาพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[นายนริศ ชัยสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[รองปลัดกระทรวงการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร. อัมมาร สยามวาลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=598</guid>
		<description><![CDATA[การประชุมมาตรการควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล นายนริศ ชัยสูตร รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน เป็นประธานการประชุมมาตรการควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยมีนายมนัส แจ่มเวหา ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลังร่วม ในการประชุม กับ ศ.ดร. อัมมาร สยามวาลา และคณะแพทย์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 303 (IT) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 โดย: กรมบัญชีกลาง http://www.cgd.go.th]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การประชุมมาตรการควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล</p>
<p>นายนริศ ชัยสูตร รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน เป็นประธานการประชุมมาตรการควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยมีนายมนัส แจ่มเวหา ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลังร่วม ในการประชุม กับ ศ.ดร. อัมมาร สยามวาลา และคณะแพทย์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 303 (IT) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552</p>
<p>โดย: กรมบัญชีกลาง</p>
<p>http://www.cgd.go.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การจดทะเบียนธุรกิจ</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 07:31:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=580</guid>
		<description><![CDATA[การจดทะเบียนพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499   ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์           ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ คือ บุคคลธรรมดาคนเดียว หรือหลายคน (ห้างหุ้นส่วนสามัญ) หรือนิติบุคคลรวมทั้งนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย ซึ่งประกอบกิจการ อันเป็นพาณิชยกิจตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด พาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศให้ผู้ประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ คือ           1. ผู้ประกอบกิจการโรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร           2. ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่าง คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป           3. นายหน้าหรือตัวแทนค้าต่างซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และสินค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป           4. ผู้ประกอบกิจการหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และ ขายสินค้าที่ผลิตได้ คิดราคารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปหรือในวันหนึ่งวันใดมี สินค้าที่ผลิตได้มีราคารวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป           5. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การจดทะเบียนพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499</strong><br />
 <br />
<strong><a title="ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์</a></strong><br />
          ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ คือ บุคคลธรรมดาคนเดียว หรือหลายคน (ห้างหุ้นส่วนสามัญ) หรือนิติบุคคลรวมทั้งนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย ซึ่งประกอบกิจการ อันเป็นพาณิชยกิจตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด</p>
<p>พาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์<br />
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศให้ผู้ประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ คือ<br />
          1. ผู้ประกอบกิจการโรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร<br />
          2. ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่าง คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป<br />
          3. นายหน้าหรือตัวแทนค้าต่างซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และสินค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป<br />
          4. ผู้ประกอบกิจการหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และ ขายสินค้าที่ผลิตได้ คิดราคารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปหรือในวันหนึ่งวันใดมี สินค้าที่ผลิตได้มีราคารวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป<br />
          5. ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางทะเล การขนส่งโดยเรือกลไฟหรือเรือยนต์ประจำทาง การขนส่งโดยรถไฟ การขนส่งโดยรถราง การขนส่งโดยรถยนต์ประจำทาง การขายทอดตลาด การรับซื้อขายที่ดิน การให้กู้ยืมเงิน การ รับแลกเปลี่ยน หรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อหรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การโพยก๊วน การทำโรงรับ จำนำ และการทำโรงแรม<br />
          6. ขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดิทัศน์ แผ่นวีดิทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดิทัศน์ ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง<br />
          7. ขายอัญมณี หรือเครื่องประดับซึ่งประดับด้วยอัญมณี<br />
          8. ซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต บริการ อินเตอร์เน็ต ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต<br />
          9. การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเตอร์เน็ต<br />
          10. การให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ<br />
          11. การให้บริการเครื่องเล่นเกมส์<br />
          12. การให้บริการตู้เพลง<br />
          13. โรงงานแปรสภาพ แกะสลักและการหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีก การค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง</p>
<p> </p>
<p><strong><a title="พาณิชยกิจที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_blank">พาณิชยกิจที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์</a></strong><br />
          มีพาณิชยกิจบางอย่างที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ คือ<br />
          1. การค้าเร่ การค้าแผงลอย<br />
          2. พาณิชยกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล<br />
          3. พาณิชยกิจของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น<br />
          4. พาณิชยกิจของกระทรวง ทบวง กรม<br />
          5. พาณิชยกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์<br />
          6. พาณิชยกิจซึ่งรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่<br />
                  6.1 พาณิชยกิจซึ่งผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนที่เป็นนิตบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทและ ได้ยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ของ ห้างหุ้นส่วนบริษัทไว้แล้วต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ยกเว้นพาณิชยกิจต่อไปนี้ ซึ่งผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วน จำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ได้แก่<br />
                            (1) ขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดิทัศน์ แผ่นวีดิทัศน์ ดีวีดี<br />
หรือแผ่นวีดิทัศน์ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง<br />
                            (2) ขายอัญมณี หรือเครื่องประดับซึ่งประดับด้วยอัญมณี<br />
                            (3) ซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระเบบเครื่องข่าย<br />
อินเตอร์เน็ต บริการอินเตอร์เน็ตให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขาย<br />
สินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต<br />
                            (4) การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเตอร์เน็ต<br />
                            (5) การให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ<br />
                            (6) การให้บริการเครื่องเล่นเกมส์<br />
                            (7) การให้บริการตู้เพลง<br />
                            (8) โรงงานแปรสภาพ และสลักและการทำหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีกการค้าส่ง งาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง<br />
                  6.2 พาณิชยกิจของกลุ่มเกษตรกรที่ได้จดทะเบียนตาม ปว.141 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2515<br />
          7. พาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนตาม 1-5 ซึ่งผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด</p>
<p>ประเภทการจดทะเบียน *ท่านสามารถ Download แบบพิมพ์ไปใช้ในการจดทะเบียนได้ที่ www.dbd.go.th หรือขอรับแบบพิมพ์ได้ที่ 1. กรุงเทพมหานคร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานเขตทุกเขต 2. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เมืองพัทยา</p>
<p> http://www.thairegistration.com/mainsite/index.php?id=101</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้รับการยกเว้น</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-2.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 07:14:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[อธิบดี]]></category>
		<category><![CDATA[อธิบดีกรมสรรพากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=577</guid>
		<description><![CDATA[ผู้ประกอบการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม       1.  ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี       2.  ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย       3.   ผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร       4.  ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ฉบับที่ 43) ฯ ลงวันที่ 29 มกราคม พ . ศ . 2536       5.  ผู้ประกอบการอื่นตามที่อธิบดีจะประกาศกำหนดเมื่อมีเหตุอันสมควร  http://www.rd.go.th/publish/7060.0.html]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a title="ผู้ประกอบการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_blank">ผู้ประกอบการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม</a></strong></p>
<p>      1.  ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี</p>
<p>      2.  ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย</p>
<p>      3.   ผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร</p>
<p>      4.  ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและเข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ( ฉบับที่ 43) ฯ ลงวันที่ 29 มกราคม พ . ศ . 2536</p>
<p>      5.  ผู้ประกอบการอื่นตามที่อธิบดีจะประกาศกำหนดเมื่อมีเหตุอันสมควร</p>
<p> http://www.rd.go.th/publish/7060.0.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษีมูลค่าเพิ่ม</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 07:08:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[คณะบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีซื้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=573</guid>
		<description><![CDATA[ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม        ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพเป็นปกติธุระ ไม่ว่าจะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคลใด ๆ หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคำนวณภาษีที่ต้องเสียจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ  http://www.rd.go.th/publish/7061.0.html]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a title="ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม" href="http://www.wt-accountancy.com/services/accounting-services.html" target="_blank">ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม</a></strong></p>
<p>       ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพเป็นปกติธุระ ไม่ว่าจะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคลใด ๆ หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยคำนวณภาษีที่ต้องเสียจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ</p>
<p> http://www.rd.go.th/publish/7061.0.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังสือรับรอง</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 06:57:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพากรภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักบริหารผู้เสียภาษีขนาดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือรับรอง]]></category>
		<category><![CDATA[เงินได้หัก ณ ที่จ่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=568</guid>
		<description><![CDATA[การออกหนังสือรับรองภาษาอังกฤษ ปัจจุบันสรรพากรได้ให้บริการการออกหนังสือรับรองการเสียภาษี และการมีถิ่นที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษให้กับผู้เสียภาษี ผู้เสียภาษีสามารถนำหนังสือรับรองเหล่านี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษีในต่างประเทศได้ ประเภทหนังสือรับรองที่ออกให้โดยกรมสรรพากร 1.   หนังสือรับรองการเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Non – Resident Withholding Tax Certificate) 2.   หนังสือรับรองการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคลเป็นภาษาอังกฤษ (Income Tax Payment       Certificate) 3.   หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรในประเทศไทย (Certificate of Residence) 4.   หนังสือรับรองการมีสถานภาพเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Statement on the Tax Status of the Business) 5.   หนังสือรับรองการมีสถานภาพเป็นผู้เสียภาษีตามกฎหมายไทย (Certificate of Status of Taxable Person) ผู้ออกหนังสือรับรอง   สำนักงานสรรพากรที่รับผิดชอบในท้องที่ของผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือผู้เสียภาษี ซึ่งได้แก่           -   [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การออกหนังสือรับรองภาษาอังกฤษ</strong></p>
<p>ปัจจุบันสรรพากรได้ให้บริการการออกหนังสือรับรองการเสียภาษี และการมีถิ่นที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษให้กับผู้เสียภาษี ผู้เสียภาษีสามารถนำหนังสือรับรองเหล่านี้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษีในต่างประเทศได้</p>
<p><strong>ประเภทหนังสือรับรองที่ออกให้โดยกรมสรรพากร</strong></p>
<p>1.   หนังสือรับรองการเสีย<a title="ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย " href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย </a>(Non – Resident Withholding Tax Certificate)</p>
<p>2.   หนังสือรับรองการเสีย<a title="ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา " href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_blank">ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา </a>และนิติบุคคลเป็นภาษาอังกฤษ (Income Tax Payment</p>
<p>      Certificate)</p>
<p>3.   หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรในประเทศไทย (Certificate of Residence)</p>
<p>4.   หนังสือรับรองการมีสถานภาพเป็นผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Statement on the Tax Status of the Business)</p>
<p>5.   หนังสือรับรองการมีสถานภาพเป็นผู้เสียภาษีตามกฎหมายไทย (Certificate of Status of Taxable Person)</p>
<p><strong>ผู้ออกหนังสือรับรอง</strong><br />
 <br />
สำนักงานสรรพากรที่รับผิดชอบในท้องที่ของผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย หรือผู้เสียภาษี ซึ่งได้แก่</p>
<p>          -   สรรพากรภาค</p>
<p>          -   สำนักบริหารผู้เสียภาษีขนาดใหญ่</p>
<p><strong>ขออย่างไร</strong></p>
<p>ยื่นคำร้องต่อสำนักงานสรรพากรที่ท่านสังกัดตามข้างต้น พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง (ตามประเภทของหนังสือรับรองที่ต้องการ)</p>
<p>http://www.rd.go.th/publish/286.0.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเลือกและการใช้ซอฟต์แวร์ทางการบัญชี รุ่นที่ 4</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%8c.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%8c.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 19:21:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการอบรมบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[Software]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์ทางการบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญ]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมสำเร็จรูป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=566</guid>
		<description><![CDATA[การเลือกและการใช้ซอฟต์แวร์ทางการบัญชี รุ่นที่ 4  วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552  เวลา 09.00-17.00 น. ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี ชั้น 8 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)      เป็นหลักสูตรที่คุ้มค่าสำหรับบริษัทที่กำลังต้องตัดสินใจเลือกใช้ หรือลงทุนในการใช้ Software ทางการบัญชี เพื่อให้บริษัทมีระบบบัญชีที่ดีตามความต้องการของบริษัทได้ นำเสนอความเห็นจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ พร้อม &#8221; คู่มือระบบโปรแกรมสำเร็จรูปการเลือกและการใช้ซอฟต์แวร์ทางการบัญชี&#8221; ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ เพื่อการปฏิบัติงานจริงที่ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป http://www.fap.or.th/fap/index.php?q=trainning]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การเลือกและการใช้ซอฟต์แวร์ทางการบัญชี รุ่นที่ 4 </strong></p>
<p>วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552  เวลา 09.00-17.00 น.<br />
ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี ชั้น 8 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)<br />
     เป็นหลักสูตรที่คุ้มค่าสำหรับบริษัทที่กำลังต้องตัดสินใจเลือกใช้ หรือลงทุนในการใช้ Software ทางการบัญชี เพื่อให้บริษัทมีระบบบัญชีที่ดีตามความต้องการของบริษัทได้ นำเสนอความเห็นจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ พร้อม &#8221; คู่มือระบบโปรแกรมสำเร็จรูปการเลือกและการใช้ซอฟต์แวร์ทางการบัญชี&#8221; ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะ เพื่อการปฏิบัติงานจริงที่ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป</p>
<p>http://www.fap.or.th/fap/index.php?q=trainning</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%95%e0%b9%8c.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน หลักสูตร 1 รุ่นที่ 44</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 19:13:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการอบรมบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานสากล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=559</guid>
		<description><![CDATA[การปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน หลักสูตร 1 รุ่นที่ 44  ระหว่างวันที่ 30 &#8211; 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 1, 7 &#8211; 8 พฤศจิกายน  2552 เวลา 09.00-16.30 น. ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)         การพัฒนาวิชาชีพตรวจสอบภายในให้เข้าสู่มาตรฐานสากลของ IIA และ COSO เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะสร้างงานตรวจสอบภายใน ให้ก้าวสู่มาตรฐานที่พร้อมจะสร้างผลงานให้เป็น Management Tool ที่มีประสิทธิภาพสำหรับฝ่ายบริหาร สภาวิชาชีพบัญชี ตระหนักดีว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบภายในต้องมีการพัฒนาด้านวิชาชีพอย่างต่อเนื่องให้ทันกับมาตรฐานสากลที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วตามพัฒนาการของโลกธุรกิจ http://www.fap.or.th/fap/index.php?q=trainning]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a title="การปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน " href="http://www.wt-accountancy.com/services/audit-services.html" target="_blank">การปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน </a>หลักสูตร 1 รุ่นที่ 44</strong> <br />
ระหว่างวันที่ 30 &#8211; 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 1, 7 &#8211; 8 พฤศจิกายน  2552 เวลา 09.00-16.30 น. ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)</p>
<p>        การพัฒนาวิชาชีพตรวจสอบภายในให้เข้าสู่มาตรฐานสากลของ IIA และ COSO เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะสร้างงานตรวจสอบภายใน ให้ก้าวสู่มาตรฐานที่พร้อมจะสร้างผลงานให้เป็น Management Tool ที่มีประสิทธิภาพสำหรับฝ่ายบริหาร <a title="สภาวิชาชีพบัญชี " href="http://www.wt-accountancy.com/links.html" target="_blank">สภาวิชาชีพบัญชี </a>ตระหนักดีว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบภายในต้องมีการพัฒนาด้านวิชาชีพอย่างต่อเนื่องให้ทันกับมาตรฐานสากลที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วตามพัฒนาการของโลกธุรกิจ</p>
<p>http://www.fap.or.th/fap/index.php?q=trainning</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a0%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระตุ้นผู้ประกอบการเตรียมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสู่ AEC</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 04:45:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักส่งเสริม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=550</guid>
		<description><![CDATA[กระตุ้นผู้ประกอบการเตรียมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสู่ AEC                     กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสัมมนา “แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้&#8230;คุณก็ทำได้” และ “เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก&#8230;สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” ในวันอังคารที่  3 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องประชุม A ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า                    กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดงานสัมมนา “แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้&#8230;คุณก็ทำได้” โดยได้เชิญผู้ประกอบการค้าส่งที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาโลจิสติกส์ และสมาคมผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกไทย โดยเน้นกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคประจำวัน เข้าร่วมงาน ซึ่งในงานจะมีการบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าส่ง- ค้าปลีก&#8230;สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” เพื่อให้ผู้ประกอบค้าส่ง &#8211; ค้าปลีกได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงต่อระบบการเปิดเสรีทางการค้าและข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งได้รับความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ธุรกิจค้าส่งสินค้าประจำวัน กิจกรรมภายในงานนอกจากจะมีการบรรยายในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ประกอบการค้าส่งที่ผ่านการอบรมและพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การนำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมโครงการพัฒนาโลจิสติกส์   และการเสวนาโดยทีมที่ปรึกษาโครงการ นายกสมาคมค้าส่ง–ค้าปลีกไทย และตัวแทนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ  อนึ่งการจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ในการพัฒนาของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและทีมที่ปรึกษา รวมทั้ง การปรับปรุงกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ในองค์กร ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภครวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากการลดต้นทุนโลจิสติกส์ของธุรกิจ                    ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่ง – [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระตุ้นผู้ประกอบการเตรียมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสู่ AEC</strong></p>
<p>                    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสัมมนา “แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้&#8230;คุณก็ทำได้” และ “เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก&#8230;สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” ในวันอังคารที่  3 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องประชุม A ชั้น 7 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</p>
<p>                   กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดงานสัมมนา “แก้วิกฤต สต๊อกบวม เราทำได้&#8230;คุณก็ทำได้” โดยได้เชิญผู้ประกอบการค้าส่งที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาโลจิสติกส์ และสมาคมผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกไทย โดยเน้นกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภคประจำวัน เข้าร่วมงาน ซึ่งในงานจะมีการบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “เตรียมความพร้อมธุรกิจค้าส่ง- ค้าปลีก&#8230;สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” เพื่อให้ผู้ประกอบค้าส่ง &#8211; ค้าปลีกได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงต่อระบบการเปิดเสรีทางการค้าและข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งได้รับความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ธุรกิจค้าส่งสินค้าประจำวัน กิจกรรมภายในงานนอกจากจะมีการบรรยายในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ประกอบการค้าส่งที่ผ่านการอบรมและพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การนำเสนอผลการดำเนินกิจกรรมโครงการพัฒนาโลจิสติกส์   และการเสวนาโดยทีมที่ปรึกษาโครงการ นายกสมาคมค้าส่ง–ค้าปลีกไทย และตัวแทนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ  อนึ่งการจัดงานในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ในการพัฒนาของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและทีมที่ปรึกษา รวมทั้ง การปรับปรุงกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ในองค์กร ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภครวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากการลดต้นทุนโลจิสติกส์ของธุรกิจ</p>
<p>                   ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่ง – ค้าปลีก ที่สนใจเข้าร่วมงาน สมัครได้ที่ สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร 0 2547 5957 , 0 2547 5986 หรือ www.dbd.go.th</p>
<p>                     ********************************************</p>
<p> ที่มา : สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ                                      ฉบับที่ 74  / 28 ตุลาคม 2552</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิทธิและหน้าที่ผู้เสียภาษี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Oct 2009 07:35:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเบียนภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=542</guid>
		<description><![CDATA[  ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีอากร             ภาษีอากรที่จัดเก็บแต่ละประเภทกำหนดสถานะผู้มีหน้าที่เสียภาษี และวิธีการเสียภาษีแตกต่างกันแล้วแต่กรณี ภาษีที่จัดเก็บจากรายได้นั้น ครอบคลุมผู้มีรายได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคลประเภทต่างๆ โดยมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้แตกต่างกันไป ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จัดเก็บจากผู้มีรายได้ที่เป็นบุคคลทั่วไป และหน่วยภาษีที่ได้กำหนดไว้เป็นพิเศษ สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จัดเก็บจากนิติบุคคลที่มีรายได้ เป็นต้น           ภาษีบางประเภทจัดเก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่จัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจการค้าซึ่งสามารถผลักภาระภาษีไปให้แก่ผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ผู้กระทำตราสารบางประเภทอาจอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีที่เรียกว่า อากรแสตมป์ อีกด้วย           กรมสรรพากรได้บริหารการจัดเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการบริหารข้อมูล ฉะนั้นในการเข้าสู่ระบบของกรมสรรพากรเพื่อเสียภาษีอากรทุกประเภท ผู้เสียภาษีจึงต้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร เพื่อใช้ติดต่อเสียภาษี นอกจากนี้หากเป็นการประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>  <a title="ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีอากร" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีอากร</a></strong><br />
 <br />
          ภาษีอากรที่จัดเก็บแต่ละประเภทกำหนดสถานะผู้มีหน้าที่เสียภาษี และวิธีการเสียภาษีแตกต่างกันแล้วแต่กรณี ภาษีที่จัดเก็บจากรายได้นั้น ครอบคลุมผู้มีรายได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคลประเภทต่างๆ โดยมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้แตกต่างกันไป ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จัดเก็บจากผู้มีรายได้ที่เป็นบุคคลทั่วไป และหน่วยภาษีที่ได้กำหนดไว้เป็นพิเศษ สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จัดเก็บจากนิติบุคคลที่มีรายได้ เป็นต้น</p>
<p>          ภาษีบางประเภทจัดเก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่จัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจการค้าซึ่งสามารถผลักภาระภาษีไปให้แก่ผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ผู้กระทำตราสารบางประเภทอาจอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีที่เรียกว่า อากรแสตมป์ อีกด้วย</p>
<p>          กรมสรรพากรได้บริหารการจัดเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการบริหารข้อมูล ฉะนั้นในการเข้าสู่ระบบของกรมสรรพากรเพื่อเสียภาษีอากรทุกประเภท ผู้เสียภาษีจึงต้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร เพื่อใช้ติดต่อเสียภาษี นอกจากนี้หากเป็นการประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาษีธุรกิจเฉพาะ</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Oct 2009 07:26:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีธุรกิจเฉพาะ]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=538</guid>
		<description><![CDATA[ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่ ผู้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ว่าผู้ประกอบกิจการดังกล่าวจะประกอบกิจการในรูปของ         -   บุคคลธรรมดา         -   คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล         -   กองมรดก         -   ห้างหุ้นส่วนสามัญ         -   กองทุน         -   หน่วยงานหรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล         -   องค์การของรัฐบาล สหกรณ์ และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล ในกรณีผู้ประกอบกิจการอยู่นอกราชอาณาจักร ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการประกอบกิจการรวมตลอดถึง ลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้ทำการแทนซึ่งมีอำนาจในการจัดการแทนโดยตรง หรือโดยปริยายที่อยู่ในราชอาณาจักร เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีร่วมกับผู้ประกอบกิจการดังกล่าวข้างต้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a title="ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ" href="http://www.wt-accountancy.com/about-us.html" target="_blank">ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ<br />
</a></strong>ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่ <a title="ผู้ประกอบกิจการ" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_blank">ผู้ประกอบกิจการ</a>ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ว่าผู้ประกอบกิจการดังกล่าวจะประกอบกิจการในรูปของ</p>
<p>        -   บุคคลธรรมดา</p>
<p>        -   คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล</p>
<p>        -   กองมรดก</p>
<p>        -   ห้างหุ้นส่วนสามัญ</p>
<p>        -   กองทุน</p>
<p>        -   หน่วยงานหรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล</p>
<p>        -   องค์การของรัฐบาล สหกรณ์ และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล</p>
<p>ในกรณีผู้ประกอบกิจการอยู่นอกราชอาณาจักร ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการประกอบกิจการรวมตลอดถึง ลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้ทำการแทนซึ่งมีอำนาจในการจัดการแทนโดยตรง หรือโดยปริยายที่อยู่ในราชอาณาจักร เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีร่วมกับผู้ประกอบกิจการดังกล่าวข้างต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพาณิชย์กับเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Day)</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Oct 2009 17:18:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[การค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลัดกระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[เอกอัครราชทูต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=532</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “กระทรวงพาณิชย์กับเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Day)” Thursday, 22 October 2009 11:14 &#8212; ทั่วไป กรุงเทพฯ&#8211;22 ต.ค.&#8211;อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “กระทรวงพาณิชย์กับเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Day)” เพื่อแถลงผลการดำเนินงานและทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการค้าระหว่างประเทศ ในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2552 ณ ห้องประชุม 30410 ชั้น 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น   ภายในงานจะมีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “โอกาสการค้า การลงทุน ในต่างประเทศ” โดยเอกอัครราชทูต/ทูตพาณิชย์ต่างประเทศประจำประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ แผนยุทธศาสตร์การค้าภูมิภาคสู่สากล (Local to Global) และข้อมูลการค้าจากทูตพาณิชย์ต่างประเทศประจำประเทศไทย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-507-6502 และ 02-507-6488 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “กระทรวงพาณิชย์กับเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Day)”</strong><br />
Thursday, 22 October 2009 11:14 &#8212; ทั่วไป<br />
กรุงเทพฯ&#8211;22 ต.ค.&#8211;อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น <a title="กระทรวงพาณิชย์ " href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">กระทรวงพาณิชย์ </a>ขอเชิญผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “กระทรวงพาณิชย์กับเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Day)” เพื่อแถลงผลการดำเนินงานและทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการค้าระหว่างประเทศ ในวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2552 ณ ห้องประชุม 30410 ชั้น 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น   ภายในงานจะมีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “โอกาสการค้า การลงทุน ในต่างประเทศ” โดยเอกอัครราชทูต/ทูตพาณิชย์ต่างประเทศประจำประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ แผนยุทธศาสตร์การค้าภูมิภาคสู่สากล (Local to Global) และข้อมูลการค้าจากทูตพาณิชย์ต่างประเทศประจำประเทศไทย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-507-6502 และ 02-507-6488 หรือ www.moc.go.th</p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ<br />
อุษณีย์ ถาวรกาญจน์<br />
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์<br />
บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด<br />
โทร.0 2354 3588 โทรสาร 0 2354 3589<br />
Email : usanee@incom.co.th</p>
<p>ที่มา:http://www.newswit.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรรพสามิตจับบุหรี่เถื่อนครั้งใหญ่ คิดเป็นเงินค่าปรับกว่า 70 ล้าน</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2009 11:24:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพสามิต]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการคลัง]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=524</guid>
		<description><![CDATA[สรรพสามิตจับบุหรี่เถื่อนครั้งใหญ่ คิดเป็นเงินค่าปรับกว่า 70 ล้าน นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิต กำกับติดตามดูแลสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีและสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสังคม อย่างเคร่งครัด คลิกที่นี่http://www.excise.go.th/index.php?id=152&#38;tx_ttnews[tt_news]=149&#38;tx_ttnews[backPid]=27&#38;cHash=f0e9d24ece ฉบับที่ ถ. 01/2552 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สรรพสามิตจับบุหรี่เถื่อนครั้งใหญ่ คิดเป็นเงินค่าปรับกว่า 70 ล้าน </strong></p>
<p>นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าได้มอบนโยบายให้กรมสรรพสามิต กำกับติดตามดูแลสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีและสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสังคม อย่างเคร่งครัด <strong>คลิกที่นี่http://www.excise.go.th/index.php?id=152&amp;tx_ttnews[tt_news]=149&amp;tx_ttnews[backPid]=27&amp;cHash=f0e9d24ece</strong></p>
<p><strong>ฉบับที่ ถ. 01/2552 <br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เผยผลวิจัยธุรกิจบริการไทย 24 สาขา ทางอินเทอร์เน็ต</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Oct 2009 11:03:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาธุรกิจการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัยธุรกิจบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[อธิบดีกรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=518</guid>
		<description><![CDATA[เผยผลวิจัยธุรกิจบริการไทย 24 สาขา ทางอินเทอร์เน็ต        กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์วิจัยธุรกิจบริการ 24 สาขา        เพื่อพัฒนาระบบตลาดและเพิ่มศักยภาพธุรกิจบริการไทย สำหรับผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป สามารถ Download ผลการศึกษาวิจัยได้จากเว็บไซต์ www.dbd.go.th        นายคณิสสร  นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจบริการมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจบริการให้มีศักยภาพแข่งขันได้ในระดับสากล กรมฯ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบตลาด และเพิ่มศักยภาพธุรกิจบริการไทย ประกอบด้วย การศึกษาวิเคราะห์วิจัยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจบริการในภาพรวมของประเทศ และธุรกิจบริการรายสาขา  24 สาขา ได้แก่    1. ธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรม  2.ธุรกิจให้บริการด้านสถาปัตยกรรม  3.ธุรกิจให้บริการด้านที่เกี่ยวกับก่อสร้างทั่วไป  4.ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์  5.ธุรกิจบริการทำความสะอาด        6.ธุรกิจบริการด้านความปลอดภัย  7.ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ  8.ธุรกิจการแปรรูปของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่  9.ธุรกิจอาหารไทยเพื่อการส่งออก  10.ธุรกิจสปา  11.ธุรกิจให้บริการความงาม  12.ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ  13.ธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน  14.ธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ  15.ธุรกิจโลจิสติกส์  16.ธุรกิจค้าปลีก  17.ธุรกิจบริการขายส่ง  18.ธุรกิจซ่อมรถยนต์        19.ธุรกิจการให้บริการจัดเก็บสินค้า  20.ธุรกิจการพัฒนาซอฟแวร์  21.ธุรกิจแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิค   22.ธุรกิจการพัฒนาบริการทางเว็บ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เผยผลวิจัยธุรกิจบริการไทย 24 สาขา ทางอินเทอร์เน็ต</strong><br />
       กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์วิจัยธุรกิจบริการ 24 สาขา        เพื่อพัฒนาระบบตลาดและเพิ่มศักยภาพธุรกิจบริการไทย สำหรับผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป สามารถ Download ผลการศึกษาวิจัยได้จากเว็บไซต์ www.dbd.go.th<br />
       นายคณิสสร  นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ธุรกิจบริการมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบกับภาครัฐมีนโยบายในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจบริการให้มีศักยภาพแข่งขันได้ในระดับสากล กรมฯ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบตลาด และเพิ่มศักยภาพธุรกิจบริการไทย ประกอบด้วย การศึกษาวิเคราะห์วิจัยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจบริการในภาพรวมของประเทศ และธุรกิจบริการรายสาขา  24 สาขา ได้แก่    1. ธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรม  2.ธุรกิจให้บริการด้านสถาปัตยกรรม  3.ธุรกิจให้บริการด้านที่เกี่ยวกับก่อสร้างทั่วไป  4.ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์  5.ธุรกิจบริการทำความสะอาด        6.ธุรกิจบริการด้านความปลอดภัย  7.ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ  8.ธุรกิจการแปรรูปของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่  9.ธุรกิจอาหารไทยเพื่อการส่งออก  10.ธุรกิจสปา  11.ธุรกิจให้บริการความงาม  12.ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ  13.ธุรกิจขนส่งสินค้าทางถนน  14.ธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ  15.ธุรกิจโลจิสติกส์  16.ธุรกิจค้าปลีก  17.ธุรกิจบริการขายส่ง  18.ธุรกิจซ่อมรถยนต์        19.ธุรกิจการให้บริการจัดเก็บสินค้า  20.ธุรกิจการพัฒนาซอฟแวร์  21.ธุรกิจแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟฟิค   22.ธุรกิจการพัฒนาบริการทางเว็บ  23.ธุรกิจโฆษณา 24.ธุรกิจสิ่งพิมพ์และสำนักพิมพ์ ซึ่งขณะนี้ได้ทำการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว และได้จัดทำเป็นเอกสารและแผ่นซีดีรอม  รวมทั้งได้นำผลการวิจัยเผยแพร่ทางเว็บไซต์กรมฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบตลาดและศักยภาพธุรกิจบริการไทยให้แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p>       ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป สามารถ Download ผลการศึกษาวิจัยได้จาก เว็บไซต์ www.dbd.go.th หัวข้อ Hot News           </p>
<p> <br />
<strong>ที่มา : สำนักส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>ฉบับที่ 72 / 13 ตุลาคม  2552</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 16:14:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทมหาชน จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้มีหน้าที่เสียภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ราชกิจจานุเบกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างหุ้นส่วนสามัญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=498</guid>
		<description><![CDATA[ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และหมายความรวมถึงนิติบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ด้วย ดังนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล มีดังนี้       (1)   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ได้แก่                ก.   บริษัท จำกัด                ข.   บริษัทมหาชน จำกัด                ค.   ห้างหุ้นส่วนจำกัด                ง.   ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน       (2)   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้                ก.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น เข้ามากระทำกิจการในประเทศไทย (มาตรา 66 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร)                ข.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น กระทำกิจการในที่อื่นๆ รวมทั้งในประเทศไทย (มาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร)                ค.   [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><strong><a title=" ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล" href="http://www.wt-accountancy.com/services/accounting-services.html" target="_blank">ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล</a></strong></p>
<p>ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และหมายความรวมถึงนิติบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ด้วย ดังนี้</p>
<p>บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล มีดังนี้</p>
<p>      (1)   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ได้แก่</p>
<p>               ก.   บริษัท จำกัด</p>
<p>               ข.   บริษัทมหาชน จำกัด</p>
<p>               ค.   ห้างหุ้นส่วนจำกัด</p>
<p>               ง.   ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน</p>
<p>      (2)   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้</p>
<p>               ก.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น เข้ามากระทำกิจการในประเทศไทย (มาตรา 66 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร)</p>
<p>               ข.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น กระทำกิจการในที่อื่นๆ รวมทั้งในประเทศไทย (มาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร)</p>
<p>               ค.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น กระทำกิจการอื่นๆรวมทั้งในประเทศไทยและกิจการที่กระทำนั้นเป็นกิจการขนส่งระหว่างประเทศ (มาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร)</p>
<p>               ง.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) (3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย (มาตรา 70)</p>
<p>               จ.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามมาตรา 76 วรรคสอง และมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ได้จำหน่ายเงินกำไรหรือเงินประเภทอื่นที่กันไว้จากกำไร หรือถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย (มาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)</p>
<p>               ฉ.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น มิได้เข้ามาทำกิจการในประเทศไทยโดยตรง หากแต่มีลูกจ้างหรือผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อ ในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย (มาตรา 76 ทวิ)</p>
<p>      (3)   กิจการซึ่งดำเนินการเป็นทางค้า หรือหากำไร โดย</p>
<p>               ก.   รัฐบาลต่างประเทศ</p>
<p>               ข.   องค์การของรัฐบาลต่างประเทศ</p>
<p>               ค.   นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ</p>
<p>      (4)   กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ได้แก่ กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไร ระหว่างบุคคลดังต่อไปนี้คือ</p>
<p>               ก.   บริษัทกับบริษัท</p>
<p>               ข.   บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล</p>
<p>               ค.   ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล</p>
<p>               ง.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา</p>
<p>               จ.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล</p>
<p>               ฉ.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนสามัญ</p>
<p>               ช.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับนิติบุคคลอื่น</p>
<p>      (5)   มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล</p>
<p>      (6)   นิติบุคคลที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร</p>
<p><strong>http://www.rd.go.th/publish/308.0.html</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กฎหมายออกใหม่ &#8221; ต.ค.2552&#8243;</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2552.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2552.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 15:40:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมสรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[กฎกระทรวง]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลรัษฎากร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=488</guid>
		<description><![CDATA[คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.177/2552 คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๑๗๗/๒๕๕๒ เรื่อง กำหนดสถานที่รับแบบแสดงรายการ และรับชำระเงินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑/๑๐ แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้                        ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ (๓) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๑๑๒/๒๕๔๕ เรื่อง กำหนดสถานที่รับแบบแสดงรายการ และรับชำระเงินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน                              “ (๓) หน่วยงานสรรพากร อาคารกองอำนวยการตลาดโรงเกลือ เลขที่ ๓๕๐ หมู่ที่ ๗ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีกรณีการขายสินค้าชายแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา ณ จุดผ่อนปรน โรงเกลือ หมู่ที่ ๗ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><strong>คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.177/2552</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>คำสั่งกรมสรรพากร<br />
ที่ ท.ป. ๑๗๗/๒๕๕๒<br />
เรื่อง กำหนดสถานที่รับแบบแสดงรายการ และรับชำระเงินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร</strong><br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>                       อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ มาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑/๑๐ แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้</p>
<p>                       <strong>ข้อ ๑</strong> ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ (๓) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. ๑๑๒/๒๕๔๕ เรื่อง กำหนดสถานที่รับแบบแสดงรายการ และรับชำระเงินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน<br />
                             “ (๓) หน่วยงานสรรพากร อาคารกองอำนวยการตลาดโรงเกลือ เลขที่ ๓๕๐ หมู่ที่ ๗ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีกรณีการขายสินค้าชายแดนระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา ณ จุดผ่อนปรน โรงเกลือ หมู่ที่ ๗ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ได้อีกแห่งหนึ่ง นอกจากที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาอรัญประเทศ”</p>
<p>                      <strong> ข้อ ๒</strong> คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป</p>
<p>สั่ง ณ วันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒</p>
<p style="text-align: center;">วินัย วิทวัสการเวช<br />
(นายวินัย วิทวัสการเวช)<br />
อธิบดีกรมสรรพากร</p>
<p style="text-align: left;"><strong> </strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong>คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.176/2552</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong> คำสั่งกรมสรรพากร<br />
ที่ ท.ป.๑๗๖/๒๕๕๒<br />
เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แห่งประมวลรัษฎากร<br />
มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย<br />
</strong>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>                 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔๔ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ อธิบดีกรมสรรพากรสั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามหมวด ๓ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราดังต่อไปนี้</p>
<p>                 ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในวรรคสองและวรรคสามของข้อ ๖ ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. ๔/๒๕๒๘ เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. ๓๔/๒๕๓๔ เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน<br />
                          “ความในวรรคหนึ่ง ไม่ให้ใช้บังคับกับการจ่ายเงินค่าเช่าตามสัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่งที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้<br />
                          (๑) ผู้ให้เช่าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนที่ได้รับชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท และเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘๒/๓ แห่งประมวลรัษฎากร<br />
                          (๒) ผู้เช่าเป็นนิติบุคคล<br />
                          (๓) กำหนดเวลาเช่าต้องมีระยะเวลาตั้งแต่ ๓ ปีขึ้นไป เว้นแต่ทรัพย์สินที่ให้เช่าเป็นทรัพย์สินที่ผู้ให้เช่ายึดมาจากผู้เช่ารายอื่น ระยะเวลาในการให้เช่าอาจไม่ถึง ๓ ปีก็ได้<br />
                          คำว่า “การให้เช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่ง” หมายความว่า สัญญาให้เช่าทรัพย์สิน ซึ่งผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินและนำออกให้เช่าโดยให้คำมั่นว่า เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า ผู้เช่ามีสิทธิเลือกที่จะซื้อทรัพย์สินที่เช่าหรือส่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ให้เช่าก็ได้”</p>
<p>                 ข้อ ๒ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับสำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ที่ลงในคำสั่งนี้เป็นต้นไป</p>
<p>สั่ง ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒</p>
<p style="text-align: center;">วินัย วิทวัสการเวช<br />
(นายวินัย วิทวัสการเวช)<br />
อธิบดีกรมสรรพากร</p>
<p style="text-align: left;"><strong> http://www.rd.go.th/publish/41668.0.html</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%95-%e0%b8%84-2552.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อบรมเชิงปฏิบัติการ&#8221;การเขียนรายงานการสอบบัญชีต่องบการเงินเปรียบเทียบ : ภาคปฏิบัติ&#8221; รุ่นที่ 20</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 09:08:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการอบรมบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[งบการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานการสอบบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=477</guid>
		<description><![CDATA[อบรมเชิงปฏิบัติการ&#8221;การเขียนรายงานการสอบบัญชีต่องบการเงินเปรียบเทียบ : ภาคปฏิบัติ&#8221; รุ่นที่ 20 ระยะเวลา           :  วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00-17.00 น.                           วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00-17.00 น. สถานที่               :  ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี  ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) Download ข้อมูลเพิ่มเติมhttp://www.fap.or.th/fap/?q=node/474]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อบรมเชิงปฏิบัติการ&#8221;การเขียนรายงานการสอบบัญชีต่องบการเงินเปรียบเทียบ : ภาคปฏิบัติ&#8221; รุ่นที่ 20</strong></p>
<p>ระยะเวลา           :  วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา 13.00-17.00 น.<br />
                          วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 09.00-17.00 น.<br />
สถานที่               :  ณ อาคารสภาวิชาชีพบัญชี  ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)</p>
<p><strong>Download ข้อมูลเพิ่มเติมhttp://www.fap.or.th/fap/?q=node/474</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อบรม &#8220;Update ภาษีอากรและบัญชี&#8221; รุ่นที่ 12</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1-update-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1-update-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 08:59:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวการอบรมบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[อบรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=472</guid>
		<description><![CDATA[ อบรม &#8220;Update ภาษีอากรและบัญชี&#8221; รุ่นที่ 12 ระยะเวลา          :  วันเสาร์ที่ 28 และอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552  เวลา 09.00-16.30 น. สถานที่              :  ห้องกรองทอง โรงแรมอะริสตั้น สุขุมวิท 24    Download ข้อมูลเพิ่มเติมhttp://www.fap.or.th/fap/?q=node/475]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> อบรม &#8220;Update ภาษีอากรและบัญชี&#8221; รุ่นที่ 12</strong></p>
<p>ระยะเวลา          :  วันเสาร์ที่ 28 และอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552  เวลา 09.00-16.30 น.<br />
สถานที่              :  ห้องกรองทอง โรงแรมอะริสตั้น สุขุมวิท 24<br />
 </p>
<p> <strong>Download ข้อมูลเพิ่มเติมhttp://www.fap.or.th/fap/?q=node/475</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1-update-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กลต.สอบหุ้นร่วงหนักวานนี้</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/369.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/369.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 03:05:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=369</guid>
		<description><![CDATA[กลต.สอบหุ้นร่วงหนักวานนี้ ยังไม่พบปั่นหุ้น ประสานสันติบาล หาต้นตอข่าวลือ  นายธีระชัย  ภูวนารถนรานุบาล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.ประสานงานไปผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลในการตรวจสอบกระแสข่าวลือที่ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา รวมถึงการซื้อขายหุ้นของบุคคลต่าง ๆ ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข้อมูลในเบื้องต้น ก.ล.ต.พบว่าการซื้อขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการกระจายไปในหุ้นหลายตัวและกระจายในวงกว้างทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต.และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังวางแนวทางการสืบหาข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ แต่จากการเข้าไปตรวจสอบและสอบถามโบรกเกอร์ต่าง ๆ ไม่พบว่ามีการปั่นหุ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ต้องการย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวสารให้ความระมัดระวังและความเหมาะสม ขณะที่นักลงทุนควรใช้ข้อมูลและวิจารณญาณในการตัดสินใจในการลงทุน “การเผยแพร่ข่าวในต่างประเทศเกี่ยวกับกระแสข่าวลือในตลาดหุ้นไทยนั้นเกิดขึ้นภายหลังจากดัชนีตลาดหุ้นอ่อนตัวลงไปแล้ว โดยพบรายงานข่าวในต่างประเทศในเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 14 ต.ค. หลังจากที่ตลาดมีปฏิกิริยาต่อข่าวลือไปแล้ว แต่ก็กำลังให้ทางสันติบาลตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย” นายธีระชัย กล่าว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">กลต.สอบหุ้นร่วงหนักวานนี้ ยังไม่พบปั่นหุ้น ประสานสันติบาล หาต้นตอข่าวลือ <br />
นายธีระชัย  ภูวนารถนรานุบาล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.ประสานงานไปผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลในการตรวจสอบกระแสข่าวลือที่ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา รวมถึงการซื้อขายหุ้นของบุคคลต่าง ๆ ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข้อมูลในเบื้องต้น ก.ล.ต.พบว่าการซื้อขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการกระจายไปในหุ้นหลายตัวและกระจายในวงกว้างทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต.และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังวางแนวทางการสืบหาข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ แต่จากการเข้าไปตรวจสอบและสอบถามโบรกเกอร์ต่าง ๆ ไม่พบว่ามีการปั่นหุ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ต้องการย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวสารให้ความระมัดระวังและความเหมาะสม ขณะที่นักลงทุนควรใช้ข้อมูลและวิจารณญาณในการตัดสินใจในการลงทุน</p>
<p>“การเผยแพร่ข่าวในต่างประเทศเกี่ยวกับกระแสข่าวลือในตลาดหุ้นไทยนั้นเกิดขึ้นภายหลังจากดัชนีตลาดหุ้นอ่อนตัวลงไปแล้ว โดยพบรายงานข่าวในต่างประเทศในเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 14 ต.ค. หลังจากที่ตลาดมีปฏิกิริยาต่อข่าวลือไปแล้ว แต่ก็กำลังให้ทางสันติบาลตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย” นายธีระชัย กล่าว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/369.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดหุ้นไทย</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 02:42:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลต.]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนี]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหุ้นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=364</guid>
		<description><![CDATA[กลต.สอบหุ้นร่วงหนักวานนี้ ยังไม่พบปั่นหุ้น ประสานสันติบาล หาต้นตอข่าวลือ นายธีระชัยภูวนารถนรานุบาล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กระแสข่าวลือที่ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วงการซื้อขายหุ้นของบุคคลต่างๆในเบื้องต้นในวงกว้างทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศทางการสืบหาข้อมูลในรูปแบบต่าง(ก.ล.ต.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.ประสานงานไปผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลในการตรวจสอบ 1-2 วันที่ผ่านมา รวมถึง ๆ ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข้อมูล ก.ล.ต.พบว่าการซื้อขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการกระจายไปในหุ้นหลายตัวและกระจาย ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต.และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังวางแนว ๆ แต่จากการเข้าไปตรวจสอบและสอบถามโบรกเกอร์ต่าง ๆ ไม่พบว่ามีการปั่นหุ้นแต่อย่างใดความระมัดระวังและความเหมาะสมขณะที่นักลงทุนควรใช้ข้อมูลและวิจารณญาณในการตัดสินใจในการลงทุนตลาดหุ้นอ่อนตัวลงไปแล้วทั้งนี้ ต้องการย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวสารให้&#8221;การเผยแพร่ข่าวในต่างประเทศเกี่ยวกับกระแสข่าวลือในตลาดหุ้นไทยนั้นเกิดขึ้นภายหลังจากดัชนี โดยพบรายงานข่าวในต่างประเทศในเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 14ต.ค. หลังจากที่ตลาดมีปฏิกิริยาต่อข่าวลือไปแล้วแต่ก็กำลังให้ทางสันติบาลตรวจสอบในเรื่องนี้&#8221; นายธีระชัย กล่าว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลต.สอบหุ้นร่วงหนักวานนี้ ยังไม่พบปั่นหุ้น ประสานสันติบาล หาต้นตอข่าวลือ นายธีระชัยภูวนารถนรานุบาล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กระแสข่าวลือที่ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วงการซื้อขายหุ้นของบุคคลต่างๆในเบื้องต้นในวงกว้างทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศทางการสืบหาข้อมูลในรูปแบบต่าง(ก.ล.ต.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.ประสานงานไปผู้บัญชาการ<a title="ตำรวจสันติบาล" href="http://www.wt-accountancy.com/" target="_blank">ตำรวจสันติบาล</a>ในการตรวจสอบ 1-2 วันที่ผ่านมา รวมถึง ๆ ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามข้อมูล ก.ล.ต.พบว่าการซื้อขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการกระจายไปในหุ้นหลายตัวและกระจาย ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต.และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังวางแนว ๆ แต่จากการเข้าไปตรวจสอบและสอบถามโบรกเกอร์ต่าง ๆ ไม่พบว่ามีการปั่นหุ้นแต่อย่างใดความระมัดระวังและความเหมาะสมขณะที่นักลงทุนควรใช้ข้อมูลและวิจารณญาณในการตัดสินใจในการลงทุนตลาดหุ้นอ่อนตัวลงไปแล้วทั้งนี้ ต้องการย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวสารให้&#8221;การเผยแพร่ข่าวในต่างประเทศเกี่ยวกับกระแสข่าวลือในตลาดหุ้นไทยนั้นเกิดขึ้นภายหลังจากดัชนี โดยพบรายงานข่าวในต่างประเทศในเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 14ต.ค. หลังจากที่ตลาดมีปฏิกิริยาต่อข่าวลือไปแล้วแต่ก็กำลังให้ทางสันติบาลตรวจสอบในเรื่องนี้&#8221; นายธีระชัย กล่าว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้เรื่องภาษี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2009 08:54:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jeab</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เรื่องภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ที่มีเงินได้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=331</guid>
		<description><![CDATA[ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา         คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ ตามที่กฎหมายกำหนดและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆ ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป สำหรับผู้มีเงินได้บางกรณีกฎหมายยังกำหนดให้ยื่นแบบฯ เสียภาษีตอนครึ่งปี สำหรับรายได้ ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีที่ต้องชำระและเงินได้บางกรณี กฎหมายกำหนดให้ ผู้จ่ายทำหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่จ่ายบางส่วน เพื่อให้มีการทยอยชำระภาษีขณะที่มีเงินได้เกิดขึ้นอีกด้วย ภาษีเงินได้นิติบุคคล         เป็นภาษีอากรประเภทหนึ่งที่บัญญัติไว้ ในประมวลรัษฎากร จัดเก็บจากเงินได้ของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหลักการจัดเก็บที่สำคัญๆ โดยลำดับดังนี้ http://www.rd.go.th/publish/308.0.html]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><strong><a title="ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_blank">ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</a></strong></p>
<p><strong><br />
</strong>        คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ ตามที่กฎหมายกำหนดและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆ ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป สำหรับผู้มีเงินได้บางกรณีกฎหมายยังกำหนดให้ยื่นแบบฯ เสียภาษีตอนครึ่งปี สำหรับรายได้ ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีที่ต้องชำระและเงินได้บางกรณี กฎหมายกำหนดให้ ผู้จ่ายทำหน้าที่หัก<a title="ภาษี ณ ที่จ่าย" href="http://www.wt-accountancy.com/services/accounting-services.html" target="_blank">ภาษี ณ ที่จ่าย</a>จากเงินได้ที่จ่ายบางส่วน เพื่อให้มีการทยอยชำระภาษีขณะที่มีเงินได้เกิดขึ้นอีกด้วย</p>
<p style="text-align: left;"><a title="ภาษีเงินได้นิติบุคคล " href="http://www.wt-accountancy.com/services.html" target="_blank"><strong>ภาษีเงินได้นิติบุคคล</strong> </a></p>
<p style="text-align: left;">        เป็นภาษีอากรประเภทหนึ่งที่บัญญัติไว้ ในประมวลรัษฎากร จัดเก็บจากเงินได้ของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหลักการจัดเก็บที่สำคัญๆ โดยลำดับดังนี้</p>
<p style="text-align: left;">http://www.rd.go.th/publish/308.0.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%98.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%98.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2009 09:02:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>nok</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การยกเว้นภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[คำนวณภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราภาษี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เมื่อได้ยอดเงินได้สุทธิแล้ว นำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษี ดังนี้ งินได้สุทธิ ช่วงเงินได้สุทธิ แต่ละขั้น อัตราภาษี ร้อยละ ภาษีแต่ละขั้น เงินได้สุทธิ ภาษีสะสม สูงสุดของขั้น 1 &#8211; 150,000 150,000 ได้รับยกเว้น - - 150,001 &#8211; 500,000 350,000 10 35,000 35,000 500,001 &#8211; 1,000,000 500,000 20 100,000 135,000 1,000,001 &#8211; 4,000,000 3,000,000 30 900,000 1,035,000 4,000,001 บาทขึ้นไป 37 หมายเหตุ :- การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา เงินได้สุทธิเฉพาะส่วนไม่เกิน 150,000 บาท มีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้สุทธิที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2551 เป็นต้นไป ( [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a title="อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html">อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</a> เมื่อได้ยอดเงินได้สุทธิแล้ว นำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษี ดังนี้</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="94%" rules="rows">
<tbody>
<tr>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>งินได้สุทธิ</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>ช่วงเงินได้สุทธิ</span></p>
<p><span>แต่ละขั้น</span></td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>อัตราภาษี</span></p>
<p><span>ร้อยละ</span></td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>ภาษีแต่ละขั้น</span></p>
<p><span>เงินได้สุทธิ</span></td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>ภาษีสะสม</span></p>
<p><span>สูงสุดของขั้น</span></td>
</tr>
<tr>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>1 &#8211; 150,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>150,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><strong><span>ได้รับยกเว้น</span></strong></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>-</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>- </span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>150,001 &#8211; 500,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>350,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>10</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>35,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>35,000</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>500,001 &#8211; 1,000,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>500,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>20</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>100,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>135,000</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>1,000,001 &#8211; 4,000,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>3,000,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>30</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>900,000</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>1,035,000</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>4,000,001 บาทขึ้นไป</span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span> </span></p>
</td>
<td>
<p style="margin: 0pt;"><span>37</span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>หมายเหตุ :- การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา เงินได้สุทธิเฉพาะส่วนไม่เกิน 150,000 บาท มีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้สุทธิที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2551 เป็นต้นไป ( พระราชกฤษฎีกา ( ฉบับที่ 470 ) พ.ศ. 2551 )</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%98.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คู่มือการปฏิบัติงาน การจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2009 04:57:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเกี่ยวกับบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[คู่มือบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีอากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=60</guid>
		<description><![CDATA[คู่มือการปฏิบัติงาน เรื่อง การจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี วัตถุประสงค์ คู่มือการปฏิบัติงาน เรื่อง “การจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี” ที่กำหนดขึ้นนี้ เพื่อให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรใช้เป็นแนวทางประกอบการปฏิบัติงานตรวจสอบและ รับรองบัญชีห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 122/2545  เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานและการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.147/2548 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงาน และการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2548 การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก แตกต่างจากรายงานการสอบบัญชีสำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดใหญ่ ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแสดงความเห็นต่องบการเงินว่าถูกต้องตามควรในสาระ สำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่  แต่การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก จะเป็นการรายงานถึงสิ่งที่ตรวจพบจากการตรวจสอบ  และรายงานในแบบรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด  ซึ่งแบบรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีดังกล่าวไม่สามารถแก้ไข ดัดแปลง หรือตัดข้อความใด ๆ ได้  กรณีมีรายละเอียดมากให้ใช้ใบแนบเพิ่มเติมได้ การจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก เป็นการรายงานข้อเท็จจริงที่พบจากการตรวจสอบงบการเงินของห้างฯ ตามแนวทางและวิธีการตรวจสอบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คู่มือการปฏิบัติงาน</strong></p>
<p>เรื่อง การจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี</p>
<p>วัตถุประสงค์</p>
<p>คู่มือการปฏิบัติงาน เรื่อง “การจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี” ที่กำหนดขึ้นนี้ เพื่อให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรใช้เป็นแนวทางประกอบการปฏิบัติงานตรวจสอบและ รับรองบัญชี<a title="จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด" href="http://www.wt-accountancy.com/services/registration-services.html">ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล</a> ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 122/2545  เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานและการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.147/2548 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงาน และการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีของผู้สอบบัญชีภาษีอากร ตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2548</p>
<p>การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี</p>
<p>การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก แตกต่างจากรายงาน<a title="ตรวจสอบบัญชี งบการเงิน" href="http://www.wt-accountancy.com/services/audit-services.html">การสอบบัญชี</a>สำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดใหญ่ ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแสดงความเห็นต่องบการเงินว่าถูกต้องตามควรในสาระ สำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปหรือไม่  แต่การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก จะเป็นการรายงานถึงสิ่งที่ตรวจพบจากการตรวจสอบ  และรายงานในแบบรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด  ซึ่งแบบรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีดังกล่าวไม่สามารถแก้ไข ดัดแปลง หรือตัดข้อความใด ๆ ได้  กรณีมีรายละเอียดมากให้ใช้ใบแนบเพิ่มเติมได้</p>
<p>การจัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี</p>
<p>การรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีสำหรับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก เป็นการรายงานข้อเท็จจริงที่พบจากการตรวจสอบงบการเงินของห้างฯ ตามแนวทางและวิธีการตรวจสอบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด  ซึ่งผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่ตรวจพบโดยแบ่งเป็น 5 ข้อ ดังนี้</p>
<p>1. การรายงานในข้อ 1</p>
<p>“1. งบการเงินข้างต้นแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ &#8230;&#8230;&#8230;.และผลการดำเนินงานสำหรับ     ปีสิ้นสุดวันเดียวกันของห้างหุ้นส่วน&#8230;&#8230;&#8230;..ตรงตามสมุดบัญชีและเอกสาร ประกอบการลงบัญชี</p>
<p>(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ ถ้ามี)&#8230;&#8230;&#8230;.”</p>
<p>การรายงานว่า งบการเงินแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานตรงตามสมุดบัญชีและเอกสารประกอบ การลงบัญชี  หมายถึง ผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ทำการทดสอบรายการทางบัญชีกับสมุดบัญชีแยกประเภท และเอกสารประกอบการลงบัญชี แล้วพบว่ามีรายละเอียดตรงกัน ซึ่งในข้อนี้ยังไม่พิจารณาถึงคุณภาพของเอกสารว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่จริง แต่จะมีการพิจารณาถึงคุณภาพของเอกสารในการรายงานในข้อ 3</p>
<p>ในกรณีที่ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าตัวเลขที่ปรากฏในงบการเงินไม่ตรงตามสมุด บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องแจ้งให้ห้างฯ ทำการปรับปรุง ถ้าห้างฯ ไม่ปรับปรุงและผู้สอบบัญชีภาษีอากรเห็นว่ามีสาระสำคัญก็ต้องนำมารายงานเป็น ข้อยกเว้น</p>
<p>คำอธิบายข้อยกเว้น</p>
<p>การรายงานข้อยกเว้น ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องรายงานข้อเท็จจริงโดยระบุถึงรายการใด  ที่ไม่ตรงตามสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี เป็นจำนวนเงินเท่าใด และมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิหรือไม่ เป็นจำนวนเท่าใด</p>
<p>2. การรายงานในข้อ 2</p>
<p>“2. งบการเงินได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีและวิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่รับรอง ทั่วไปหรือมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น</p>
<p>(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ  ถ้ามี)&#8230;&#8230;..”</p>
<p>การรายงานว่า งบการเงินได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีและวิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่รับรอง ทั่วไป หรือมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมาย  หมายถึง งบการเงินต้องปฏิบัติตาม</p>
<p>1. แม่บทการบัญชี</p>
<p>2. มาตรฐานการบัญชี</p>
<p>3. แนวปฏิบัติหรือวิธีปฏิบัติทางบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด</p>
<p>ในกรณีที่ทำการตรวจสอบแล้วพบว่างบการเงินไม่ได้จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีและ วิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมาย ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องแจ้งให้ห้างฯ ทำการปรับปรุง ถ้าห้างฯ ไม่ปรับปรุงและผู้สอบบัญชีภาษีอากรเห็นว่ามีสาระสำคัญ ก็ต้องนำมารายงานเป็นข้อยกเว้น</p>
<p>คำอธิบายข้อยกเว้น</p>
<p>การรายงานข้อยกเว้น ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องรายงานข้อเท็จจริงถึงรายการที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการ บัญชีและวิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมายว่าผิดหลักการบัญชีและวิธีปฏิบัติทาง การบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดตามกฎหมายอย่างไร</p>
<p>3. การรายงานในข้อ 3</p>
<p>“3. เอกสารประกอบการลงบัญชี เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการที่เกิดขึ้นจริงถูกต้อง เชื่อถือได้ และเกี่ยวข้องกับกิจการ</p>
<p>(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ  ถ้ามี) &#8230;&#8230;&#8230;..”</p>
<p>การรายงานว่าเอกสารประกอบการลงบัญชีเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการที่ เกิดขึ้นจริง ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเกี่ยวข้องกับกิจการ  หมายถึง เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่มีการทำธุรกรรมทางการค้า เกิดขึ้นจริง และเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกิจการจริง  ซึ่งในข้อนี้จะเป็นการพิจารณาถึงคุณภาพของเอกสารว่าเป็นเอกสารจริง</p>
<p>ในกรณีที่ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า เอกสารประกอบการลงบัญชีน่าจะไม่จริงให้สันนิษฐานหรือถือว่ารายการไม่ได้เกิด ขึ้นจริง และกรณีที่พบว่ารายการนั้นไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องแจ้งให้ห้างฯ  ทำการปรับปรุง ถ้าห้างฯ  ไม่ปรับปรุงและผู้สอบบัญชีภาษีอากรเห็นว่ามีสาระสำคัญก็ต้องนำมารายงานเป็น ข้อยกเว้น</p>
<p>คำอธิบายข้อยกเว้น</p>
<p>การรายงานข้อยกเว้น ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องรายงานข้อเท็จจริงถึงรายการที่พบว่าเป็นรายการใด  จำนวนเงินเท่าใด และมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิหรือไม่ เป็นจำนวนเงินเท่าใด</p>
<p>4. การรายงานในข้อ 4</p>
<p>“4. กิจการได้ปรับปรุงกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี ให้เป็นกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิ เพื่อเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร</p>
<p>(อธิบายข้อยกเว้นที่สำคัญ  ถ้ามี)&#8230;.”</p>
<p>การรายงานว่า กิจการได้ปรับปรุงกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี ให้เป็นกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิ เพื่อเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร หมายถึง กิจการได้ทำการปรับปรุงกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางบัญชีเป็นกำไรสุทธิ/ขาดทุน สุทธิทางภาษีตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนด</p>
<p>ในกรณีที่ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า</p>
<p>1. รายการที่ได้รายงานเป็นข้อยกเว้นไว้ในรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีข้อ 1-3  มีผลกระทบต่อการคำนวณกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร</p>
<p>2. รายการที่กิจการมิได้ปรับปรุงกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิทางบัญชีให้เป็นกำไร สุทธิ/ขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร</p>
<p>3. ข้อผิดพลาดที่ตรวจพบจากการทดสอบรายการในแบบแจ้งข้อความของกรรมการ หรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้จัดการ ตามแบบ ภ.ง.ด.50</p>
<p>ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องแจ้งให้ห้างฯ ทำการปรับปรุงรายการที่ตรวจพบดังกล่าวข้างต้นถ้าห้างฯ ไม่ปรับปรุงและ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรเห็นว่ามีสาระสำคัญต้องนำมารายงานเป็นข้อยกเว้น</p>
<p>คำอธิบายข้อยกเว้น</p>
<p>การรายงานข้อยกเว้น ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องรายงานข้อเท็จจริงถึงรายการที่พบว่าเป็นรายการใด  จำนวนเงินเท่าใด และมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิหรือไม่ เป็นจำนวนเงินเท่าไร  สำหรับกรณีข้อยกเว้นในข้อ 1-3  ที่มีผลกระทบต่อการคำนวณกำไรสุทธิ/ขาดทุนสุทธิ ซึ่งต้องนำมารายงานในข้อนี้ด้วย สามารถอธิบายเป็นการสรุปหรืออธิบายโดยละเอียดก็ได้</p>
<p>กรณีรายการที่ตรวจพบแล้วไม่สามารถคำนวณเป็นจำนวนเงินได้ให้รายงานเป็นข้อยกเว้นในข้อ 5</p>
<p>5. การรายงานในข้อ 5</p>
<p>“5. อื่น ๆ &#8230;&#8230;”</p>
<p>สิ่งที่ตรวจพบ ที่จะนำมารายงานในข้อ 5  เช่นกรณีดังต่อไปนี้</p>
<p>1. ขอบเขตถูกจำกัด  หมายถึง การที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่อาจทำการตรวจสอบตามแนวทางการตรวจสอบที่กำหนด ซึ่งอาจเกิดจากการที่ห้างฯ ไม่ยินยอมให้ทำการตรวจสอบ หรือ ไม่ให้ความร่วมมือในการจัดหาเอกสารหลักฐาน หรือโดยสถานการณ์ทำให้ไม่อาจตรวจสอบได้ เช่น เอกสารหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชีเสียหายเนื่องจากภัยธรรมชาติ  หรือเอกสารหลักฐานไม่เพียงพอสำหรับการตรวจสอบ  เป็นต้น และผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่อาจใช้วิธีการตรวจสอบอื่นทดแทนได้  ซึ่งในกรณีนี้ไม่รวมถึงกรณีที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรจำกัดขอบเขตการตรวจสอบของ ตนเอง</p>
<p>กรณีที่ถูกจำกัดขอบเขต จะต้องมีเอกสารหลักฐานซึ่งสามารถพิสูจน์ยืนยันได้ว่าถูกจำกัดขอบเขตจริงเก็บ ไว้เป็นหลักฐานการตรวจสอบด้วย  สำหรับกรณีที่ไม่อาจใช้วิธีการตรวจสอบอื่นทดแทนได้ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องแสดงวิธีการตรวจสอบอื่นให้เห็นไว้ในกระดาษทำการ</p>
<p>2. พฤติการณ์  หมายถึง การที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรตรวจสอบแล้วพบว่าห้างฯ มีพฤติการณ์ในการทำเอกสารประกอบการลงบัญชีหรือบันทึกบัญชี โดยที่เห็นว่าน่าจะไม่ตรงกับความเป็นจริงอันอาจเป็นเหตุให้ห้างฯ  นั้นมิต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยกว่าที่ควรเสีย  ซึ่งในกรณีนี้ถึงแม้ห้างฯ จะทำการปรับปรุงตามที่ผู้สอบบัญชีภาษีอากรแจ้งแล้ว ก็ต้องนำมารายงานในข้อ 5 นี้ด้วย</p>
<p>3. กิจการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ไม่ถูกต้อง เช่น ความถูกต้องครบถ้วนของใบกำกับภาษีที่กิจการออก การจัดทำบัญชีพิเศษ และการจัดทำรายงานภาษีต่าง ๆ</p>
<p>4. กรณีที่มีผลกระทบต่อความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลในงบการเงินและการเสียภาษี อากร ซึ่งไม่ถือเป็นข้อยกเว้นในข้อ 1- 4 ของรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี</p>
<p>คำอธิบายรายงาน</p>
<p>การรายงานในกรณีขอบเขตถูกจำกัด ควรระบุถึงรายการที่ตรวจสอบไม่ได้ จำนวนเงินที่เกี่ยวข้อง  สาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ข้อสรุปได้ สำหรับกรณีของพฤติการณ์ ให้ระบุถึงรายละเอียดของข้อเท็จจริงนั้นๆ</p>
<p>แนวทางการพิจารณาความมีสาระสำคัญในการรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี</p>
<p>ในขั้นวางแผน การพิจารณาความมีสาระสำคัญผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์หลัก ในการตรวจสอบและรับรองบัญชีที่กำหนดให้ตรวจสอบว่าห้างฯ เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ดังนั้น ในการตรวจสอบรายการบัญชีรายการใดก็ตามที่อาจทำให้ห้างฯ เสียภาษีผิดอย่างมีสาระสำคัญ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรก็ต้องพิจารณาว่ารายการบัญชีนั้นมีสาระสำคัญ โดยจะต้องพิจารณาความมีสาระสำคัญทั้งทางด้านจำนวนเงิน(เชิงปริมาณ)และ ลักษณะ (เชิงคุณภาพ) ซึ่งในทางปฏิบัติผู้สอบบัญชีภาษีอากรควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่ตนทำ การตรวจสอบเพื่อที่จะระบุได้ว่ารายการบัญชีใดที่อาจทำให้ห้างฯ เสียภาษีผิดอย่างมีสาระสำคัญและวางแผนเพื่อทดสอบรายการบัญชีดังกล่าวเป็น อย่างน้อย</p>
<p>ในขั้นรายงาน การพิจารณาความมีสาระสำคัญ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องพิจารณาว่าสิ่งที่ตรวจพบนั้นมีสาระสำคัญที่ต้องนำมา รายงานเป็นข้อยกเว้นไว้ในรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชีหรือไม่ โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังนี้</p>
<p>1. กรณีตรวจสอบแล้วพบข้อผิดพลาด และรายการที่พบดังกล่าวมีลักษณะเป็นพฤติการณ์ ดังนั้นไม่ว่าห้างฯ จะทำการปรับปรุงหรือไม่ ก็ต้องรายงานพฤติการณ์ดังกล่าวไว้ในรายงานการตรวจสอบและรับรองบัญชี</p>
<p>2. กรณีตรวจสอบแล้วพบข้อผิดพลาด แต่รายการที่พบดังกล่าวไม่มีลักษณะเป็นพฤติการณ์ และห้างฯ ไม่ทำการปรับปรุง พิจารณาได้ ดังนี้</p>
<p>2.1 กรณีข้อผิดพลาดที่พบเป็นรายการที่อยู่ในบัญชีที่มีสาระสำคัญ อาจพิจารณาว่าเป็นไปได้ที่จะมีข้อผิดพลาดเช่นนี้อีก ก็น่าจะสรุปว่าสำคัญ เว้นเสียแต่ว่าได้ตรวจสอบรายการในบัญชีดังกล่าวทั้งหมดหรือส่วนใหญ่แล้ว  ซึ่งในกรณีนี้การพิจารณาสาระสำคัญจะพิจารณาจำนวนเงินที่พบผิดว่าจะทำให้เสีย ภาษีผิดไปอย่างมีสาระสำคัญหรือไม่</p>
<p>2.2 กรณีข้อผิดพลาดที่พบเป็นรายการที่อยู่ในบัญชีที่ไม่มีสาระสำคัญ(จำนวนเงิน น้อย)  อาจพิจารณาว่าไม่สำคัญก็ได้ เนื่องจากบัญชีดังกล่าวไม่อาจทำให้ห้างฯ เสียภาษีผิดอย่างมีสาระสำคัญ</p>
<p>อย่างไรก็ตามเนื่องจากในการตรวจสอบและรับรองบัญชีต้องทดสอบความถูกต้องตาม หลักการบัญชีด้วย ดังนั้นในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่ารายการบัญชีใดที่ทำให้งบการเงินอาจผิดหลัก บัญชีอย่างมีสาระสำคัญแต่ไม่กระทบต่อการเสียภาษีของห้างฯ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรก็ต้องรายงานเป็นข้อยกเว้นไว้ในรายงานการตรวจสอบและ รับรองบัญชีด้วย</p>
<p>อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.rd.go.th/publish/15043.0.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรมสรรพากรชี้แจงหลักเกณฑ์ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2009 04:24:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวกรมสรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสรรพากร]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกเบี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เงินฝากออมทรัพย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=46</guid>
		<description><![CDATA[กรมสรรพากรชี้แจงหลักเกณฑ์ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปีกับผู้แทนธนาคารพาณิชย์ http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/images/image_news/news19_2552.pdf]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กรมสรรพากรชี้แจงหลักเกณฑ์ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปีกับผู้แทนธนาคารพาณิชย์</p>
<p>http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/images/image_news/news19_2552.pdf</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 29/2552</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%89.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%89.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Oct 2009 04:03:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[งานทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สอบบัญชี]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวิชาชีพบัญชี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[ประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 29/2552 เรื่องผลการจัดจ้างโครงการบันทึกข้อมูลและนำเข้าข้อมูลเอกสาร งานทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โดยวิธีพิเศษ http://www.fap.or.th/fap/sites/default/files/announce_29_2552.pdf]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ประกาศสภาวิชาชีพ<a title="บัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/services.html">บัญชี</a> ฉบับที่ 29/2552 เรื่องผลการจัดจ้างโครงการบันทึกข้อมูลและนำเข้าข้อมูลเอกสาร งานทะเบียน<a title="บริการงานด้านบัญชี" href="http://www.wt-accountancy.com/services/accounting-services.html">ผู้สอบบัญชี</a>รับอนุญาต โดยวิธีพิเศษ</p>
<p>http://www.fap.or.th/fap/sites/default/files/announce_29_2552.pdf</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b5-%e0%b8%89.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัปดาห์ปรึกษาธุรกิจ</title>
		<link>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88.html</link>
		<comments>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Sep 2009 08:16:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ด้านการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ด้านการบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ด้านการส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ด้านเริ่มธุรกิจใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wt-accountancy.com/?p=38</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์ปรึกษาธุรกิจ วันที่  17 – 18 กันยายน 2552 ณ ศูนย์ปรึกษาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ให้คำปรึกษาธุรกิจ โดยผู้เชี่ยวชาญ ด้านการตลาด, ด้านเริ่มธุรกิจใหม่, ด้านการบริหารจัดการ, ด้านการส่งออก และปรึกษาสินเชื่อ โดย SME BANK และ บสย. ฟรี!   หากต้องการขอรับคำปรึกษา กรุณาติดต่อเพื่อนัดหมายวัน และเวลา  ขอคำปรึกษาที่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ  โทร. 02-547-5964,  02-547-5158]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สัปดาห์ปรึกษาธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>วันที่  17 – 18 กันยายน 2552</strong></p>
<p>ณ ศูนย์ปรึกษาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์<br />
ให้คำปรึกษาธุรกิจ โดยผู้เชี่ยวชาญ ด้านการตลาด, ด้านเริ่มธุรกิจใหม่, ด้านการบริหารจัดการ, ด้านการส่งออก<br />
และปรึกษาสินเชื่อ โดย SME BANK และ บสย.</p>
<p>ฟรี!   หากต้องการขอรับคำปรึกษา กรุณาติดต่อเพื่อนัดหมายวัน และเวลา  ขอคำปรึกษาที่<br />
สำนักพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจ  โทร. 02-547-5964,  02-547-5158</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wt-accountancy.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
